ตร.ไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการเช็กบิลแก๊งหลอกนักศึกษา ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน

ตามนโยบายของรัฐบาลได้กำหนดนโยบายในการเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน โดย พล.ต.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร, พล.ต.นิรันดร เหลือมศรี รอง ผบ.ตร, พล.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะ รอง ผอ.ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้สังการระดมกวาดล้างการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางออนไลน์ทุกประเภทอย่างเด็ดขาด โดย พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบข.สอท.ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเปิดปฏิบัติการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่การแถลงข่าวคดีสำคัญจากปฏิบัติการในครั้งนี้
วันนี้ (6 ต.ค.69) ที่บ้านพักในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง พื้นที่แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม.นำโดย พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท.พร้อมด้วย พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ที่ปรึกษา ผบช.สอท., พ.ต.อ.ขจร อบทอง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2, พ.ต.ท.เอนก ขอดหมวก รอง ผกก.3 บก.สอท.2, พ.ต.ท.สารัษฐ์ อักษร รอง ผกก.3 บ.สอท.2, พ.ต.ท.คำดัน ทำดี รอง ผกก.3 บก.สอท.2 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมกันแถลงข่าวกรณี บิ๊กโอ๋ นำทีม ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการเซ็กบิลแก๊งหลอกนักศึกษา หลังสร้างความเสียหายทะลุ 200 ล้าน บุกทลายเครือข่ายใหญ่ ปักหลักเข่าบ้านหรูในไทย ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน
โดยสืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังสังกัดเร่งปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมหลอกลวงนักศึกษาซึ่งปัจจุบันกำลังตกเป็นเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ ซึ่งพบมูลค่าความเสียหายจากเหยื่อกลุ่มนี้แล้วกว่า 200 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.2 ได้รับข้อมูลคดีหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เหตุเกิดระหว่างวันที่ 23 - 25 ก.ย.69 โดยผู้เสียหายเป็นชาย อายุ 19 ปี ถูกกลุ่มคนร้ายใช้กลอุบายหลอกลวงจนสูญเงินรวม 662,989.90 บาท
โดยคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือติดต่อผู้เสียหาย แจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนโอนสายต่อไปยังบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ของตนเอง
จากการสืบสวนเส้นทางการเงิน พบว่า ผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารหลายครั้งรวม 5 รายการ เป็นเงิน 212,989.90 บาท ระหว่างวันที่ 23 - 25 ก.ย.69 ก่อนเงินจะถูกโอนต่อผ่านบัญชีบุคคลหลายราย และมีบางส่วนถูกนำไปซื้อทองคำกับร้านทองชื่อดังมูลค่านับล้านบาท และนอกจากการโอนเงินผ่านบัญชีแล้ว คนร้ายยังหลอกให้ผู้เสียหายถอนเงินสด จำนวน 450,000 บาท แล้วนัดหมายให้นำเงินไปส่งมอบให้กับคนร้ายที่มารับบริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านศาลายา จ.นครปฐม อีกด้วย
จากพยานหลักฐานพบว่า เมื่อคนร้ายรับเงินสดจากผู้เสียหายแล้ว มีการส่งต่อเป็นทอดๆ โดยมีชายสัญชาติจีนรายหนึ่ง (ออกหมายจับแล้ว) ได้นำเงินสดไปส่งที่หน้าหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง พื้นที่แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม.จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนขออำนาจศาลออกหมายค้นได้สำเร็จ โดยวันนี้ (6 ต.ค.69) เวลาประมาณ 07.30 น. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท.จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดพร้อมหมายค้น ศาลอาญามึนบุรี ที่ 386/2569 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง พื้นที่แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. 11 ราย ทั้งสัญชาติจีน เมียนมา รัสเซีย และไทย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1. MR.L อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ทำหน้าที่ รับเงินสดจากแม่บ้านชาวเมียนมา 2. MS.SAING อายุ 35 ปี แม่บ้านสัญชาติเมียนมา ทำหน้าที่รับเงินสดไปส่งมอบให้ผู้ต้องหาชาวจีน 3. MS.MYINI อายุ 24 ปี แม่บ้านสัญชาติเมียนมา ทำหน้าที่รับเงินสดไปส่งมอบให้ผู้ต้องหาชาวจีน
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันตรวจยึดทรัพย์สินของกลางกว่า 40 รายการ อาทิ นาฬิกาRichard Mille, นาฬิกา Patek Philippe, นาฬิกา Rolex, นาฬิกn Audemars, เงินสด, โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต, แฟลชไดรฟ์, หนังสือเดินทาง, สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร, หนังสือมอบอำนาจและใบรับรับเงินสด และอื่นๆ จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่ามีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน เพื่อเชื่อมโยงไปยังผู้รับผลประโยชน์และบุคคลในเครือข่ายที่เหลือ เพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

