เปลี่ยนน้ำตาเป็นพลัง! ทุนจุฬาฯ ชุบชีวิตพยาบาลสุรินทร์ เมียทหารกล้า ‘ตาเมือนธม’ ลุย ป.โท สร้างอนาคตเพื่อสังคม

"โศกนาฏกรรมแห่งการสูญเสียฮีโร่ผู้ปกป้องชายแดน อาจเป็นช่วงเวลามืดมนที่สุดในชีวิตของผู้เป็นภรรยา... แต่ด้วย ‘โอกาสทางการศึกษา’ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กลายเป็นเข็มทิศและหลักยึดใจที่ช่วยเปลี่ยนความความงดงามแห่งความเสียสละ ให้กลายเป็นพลังในการสร้างอนาคตใหม่เพื่อสังคม"
สำหรับใครหลายคน ทุนการศึกษาอาจหมายถึงการช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงิน แต่สำหรับ “ตะวันฉาย ลินลา” พยาบาลวิชาชีพประจำหอผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลสุรินทร์ ทุนการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือ "จุดเปลี่ยนชีวิต"
“ตะวันฉาย” คือภรรยาของ ส.อ.อัมรินทร์ ผาสุข ผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ณ พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ชายแดนไทย–กัมพูชา เธอได้รับเลือกให้ได้รับ ทุนการศึกษาแบบให้เปล่า ในระดับปริญญาโท คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของจุฬาฯ ตามนโยบายช่วยเหลือครอบครัวทหารกล้าที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การศึกษา และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทำให้เธอสามารถเดินหน้าตามความฝันในวันที่ชีวิตต้องพบความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เดิมที ตะวันฉายมีความตั้งใจที่จะศึกษาต่อเพื่อพัฒนาตนเองจากงานสายปฏิบัติการ สู่การเป็นอาจารย์และนักวิจัยด้านพยาบาลจิตเวช การได้รับทุนครั้งนี้จึงเป็นการเปิดประตูให้เป้าหมายที่เคยวางไว้เกิดขึ้นจริง
การเรียนระดับปริญญาโทควบคู่กับการทำงานประจำ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ระบบการจัดการเรียนรู้ของจุฬาฯ ที่มีความยืดหยุ่น ผสมผสานทั้งรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ ช่วยให้เธอจัดสรรเวลาได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังช่วยประสานงานกับหน่วยงานต้นสังกัดเรื่องวันเรียนและวันทำงาน พร้อมจัดอาจารย์ที่ปรึกษาดูแลอย่างใกล้ชิด
“จุฬาฯ คือแหล่งสนับสนุนหลักที่ช่วยประคับประคองทั้งเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิต อาจารย์ รุ่นพี่ และนิสิตเก่าให้ความอบอุ่น ทำให้คนที่ต้องย้ายมาเรียนกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกอย่างเรารู้สึกมั่นใจ สิ่งที่ได้รับมีค่ามากกว่ามูลค่าของเงินทุน แต่มันคือโอกาสที่ประเมินค่าไม่ได้ การศึกษาได้กลายเป็นหลักสำคัญให้เรากลับมามองเห็นเป้าหมาย และเปลี่ยนความสูญเสียให้เป็นแรงผลักดัน” ตะวันฉาย กล่าว

ปัจจุบัน องค์ความรู้ที่ได้รับจากคณะพยาบาลศาสตร์ถูกนำไปใช้จริงในงานประจำแล้ว ทั้งทักษะการบำบัด การประเมินคัดกรองผู้ป่วยจิตเวชที่รวดเร็วขึ้น โดยเธอมุ่งมั่นทำวิทยานิพนธ์เพื่อสำเร็จการศึกษาภายใน 2 ปี และเตรียมก้าวสู่การเป็นอาจารย์เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ต่อไป
ทางด้าน รศ.ดร.เพ็ญพักตร์ อุทิศ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก เปิดเผยว่า คณาจารย์ได้ติดตามและดูแลตะวันฉายอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงแรกที่เธอต้องเผชิญความสูญเสีย โดยเน้นการประคับประคองจิตใจและใช้เป้าหมายการศึกษาเป็นหลักในการเดินหน้าต่อ
“ตะวันฉายมีความพยายามและตั้งใจจริง แม้ต้องรับภาระทั้งงานประจำและงานวิจัยพร้อมกัน แต่ก็ไม่เคยหยุดพัฒนา ทุนการศึกษาของจุฬาฯ จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดประตูให้เข้ามาเรียนเท่านั้น แต่เรามีระบบที่คอยดูแล ติดตาม และช่วยให้นิสิตสามารถเดินไปสู่เป้าหมายได้อย่างมั่นคงและภาคภูมิ”

