CEA - จุฬาฯ เปิดตัว 'OFOS Design Season 2' เติม 34 บทเรียนใหม่ เปิดมุมมองและต่อยอดทักษะด้านการออกแบบ

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ในฐานะหน่วยงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศจับมือกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำหลักสูตรยกระดับทักษะแรงงานไทยผ่านโครงการ OFOS (One Family One Soft Power: 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์) หรือ โอ-ฟอส ร่วมกับเครือข่ายด้านการออกแบบจากทุกภูมิภาค ประกอบด้วย 12 มหาวิทยาลัย 3 หน่วยงานภาครัฐ และ 8 สมาคมวิชาชีพและภาคเอกชนในอุตสาหกรรมการออกแบบ เพื่อเปิดตัว หลักสูตร OFOS Design Season 2 พร้อมบทเรียนใหม่ รวม 34 บทเรียนออนไลน์ และ 10 บทเรียนออนไซต์ โดยเปิดตัวเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ณ Glowfish Sathorn อาคารสาทรธานี 2

คุณอาสา ผิวขำ ผู้อำนวยการสำนักอุตสาหกรรมสินค้าและบริการสร้างสรรค์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) เผยถึงวัตถุประสงค์ของหลักสูตร OFOS Design Season 2 เพื่อต้องการยกระดับทักษะคนไทยทั้งกลุ่มเยาวชน ผู้ประกอบการ และชุมชน ให้มีศักยภาพด้านการออกแบบเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาไปสู่การผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงบนพื้นฐานแนวคิดสร้างสรรค์ประกอบกับมีศักยภาพที่จะเข้ามามีบทบาทสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ รวมถึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้านการออกแบบในการช่วยกันเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ที่ผ่านมา ผลการศึกษาหลักสูตร OFOS ด้านการออกแบบในระยะที่ 1 เริ่มจากการศึกษาอุปสงค์และอุปทานของอุตสาหกรรมจนสามารถแบ่งออกเป็น 10 หลักสูตรครอบคลุมทุกมิติ เช่น การออกแบบเพื่อความยั่งยืนและสังคม, การสื่อสารและการเล่าเรื่อง, เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการออกแบบ, การบริหารจัดการและผู้ประกอบการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบ ฯลฯ

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศรันยา เสี่ยงอารมณ์ หัวหน้าโครงการ กล่าวถึง ความพิเศษของการดำเนินงานในหลักสูตร OFOS Design Season 2 และบทเรียนใหม่ในระยะที่ 2 คือ การกระจายความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงสมาคมวิชาชีพและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วทุกภูมิภาคของประเทศมากถึง 12 มหาวิทยาลัย 3 ภาครัฐ 8 ภาคเอกชน (สมาคมวิชาชีพและนักออกแบบ) ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยแม่โจ้, มหาวิทยาลัยพะเยา, มหาวิทยาลัยนเรศวร, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยนครพนม, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (วิทยาเขตนครศรีธรรมราช), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (วิทยาเขตสงขลา), กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP), กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP), Khon Kaen Geopark, สภาสถาปนิก (ACT), สมาคมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ไทย (ThaiPDA), สมาคมการแสดงสินค้าไทย (TEA) , สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน (EMA), Digital Content Association of Thailand (DCAT), Karb Studio, Facebook Page นวล, Choojai and Friends Agency
ส่วนรายละเอียดของบทเรียนในระยะที่ 2 จะประกอบด้วย บทเรียนออนไลน์ 34 บทเรียน และ บทเรียนออนไซต์ 10 บทเรียน ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง เช่น การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการออกแบบ, การสร้างสรรค์คาแรกเตอร์เพื่อธุรกิจ, การวิเคราะห์เชิงพื้นที่เพื่อความยืดหยุ่นสถาปัตยกรรมเพื่อรองรับภัยพิบัติน้ำท่วม, ปฏิวัติวงจรคิด:เจาะลึกวัสดุบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตและศาสตร์การประเมิน LCA ผ่านเกมกลยุทธ์, การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน (LCA), ถอดรหัสวัสดุท้องถิ่นภาคใต้ : พลิกคุณค่าสู่สถาปัตยกรรมยั่งยืน, สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการออกแบบไทยสู่ตลาดโลก, การผสานวัตถุเสมือนเข้ากับงานอีเวนต์จริงเพื่อสร้างประสบการณ์ความเป็นจริงผสม (Mixed Reality) สําหรับผู้ชมออนไลน์ตลอดจนการแปรรูปทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดระดับสากล (Local to Global) และอื่น ๆ อีกมากมาย ฯลฯ
นอกจากนั้น ภายในงานเปิดตัวหลักสูตร OFOS Design Season 2 นอกจากเปิดตัว Teaser & Highlight ของหลักสูตรแล้ว ยังจัดเวทีเสวนาโดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเสวนาสำคัญ จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากภาครัฐสถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้แก่ 1. คุณอาสา ผิวขำ – ผู้อำนวยการสำนักอุตสาหกรรมสินค้าและบริการสร้างสรรค์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) 2. ผศ.สรายุทธ ทรัพย์สุข – คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ 3. ผศ. ดร.แผ่นดิน อุนจะนำ – คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ 4. รศ. ดร.กฤตภัทร ถาปาลบุตร – คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น 5. ผศ. ดร.อรกัญญา ง่วนสนสกุล – คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ที่มาให้ความรู้ ช่วงที่ 1 กับเสวนาหัวข้อ “ออกแบบใหม่ใกล้ฉันซีซัน 2 : การเรียนรู้ทางเลือกใหม่เพื่อยกระดับทักษะสร้างสรรค์สำหรับคนไทย” วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิฯ ทั้ง 5 ท่าน มีมุมมองไปในทิศทางเดียวกันว่า การศึกษาด้านการออกแบบไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดองค์ความรู้หรือทักษะวิชาชีพ แต่ควรมุ่งสร้างความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง การวิเคราะห์ปัญหา การตั้งคำถาม การทดลอง และการปรับตัวให้กับผู้เรียน เนื่องจากโจทย์ที่นักออกแบบต้องเผชิญในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงไม่สามารถอาศัยความรู้จากศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งเพียงอย่างเดียวในการแก้ไขปัญหา รวมถึงควรเปิดรับโจทย์จากภาคธุรกิจ ชุมชน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจความต้องการของตลาดและเห็นข้อจำกัดของการทำงานจริง การเชื่อมโยงดังกล่าวจะช่วยลดช่องว่างระหว่าง “สิ่งที่เรียน” กับ “สิ่งที่ตลาดต้องการ” และทำให้การพัฒนาทักษะมีความสอดคล้องกับบริบทการทำงานมากขึ้น ประกอบกับควรนำภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของพื้นที่มาผสมผสานกับความรู้ เทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบร่วมสมัย เพื่อสร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ให้กับชุมชนและเศรษฐกิจในภูมิภาค มีการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์และงานหัตถกรรม การออกแบบเมืองและพื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงการสร้างสรรค์ธุรกิจและบริการรูปแบบใหม่

ตลอดจนการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม การออกแบบจึงไม่สามารถทำงานแยกออกจากศาสตร์อื่นได้ แต่จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างนักออกแบบ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ภาคธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่ มหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาในภูมิภาค จึงสามารถทำหน้าที่ได้มากกว่าการผลิตบัณฑิต
เพราะหัวใจสำคัญของการเรียนรู้อยู่ที่การทำความเข้าใจ “คน” และ “พื้นที่” ก่อนนำไปสู่กระบวนการออกแบบ นักศึกษาควรมีโอกาสลงพื้นที่ พูดคุยกับชุมชน สำรวจสภาพแวดล้อม ศึกษาวิถีชีวิต และทำความเข้าใจปัญหาจากประสบการณ์จริง เพื่อให้เห็นว่าการออกแบบไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสวยงามหรือรูปแบบทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม
ตามมาด้วย เสวนาช่วงที่ 2 หัวข้อ “โลกดีไซน์นอกห้องเรียน : ถอดประสบการณ์จริงสู่การพัฒนาทักษะที่ตลาดต้องการ” เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองโดยมีสาระสำคัญ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. โอกาสทางการค้าและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา คุณสุมิตร สีมากุล นายกสมาคมดิจิทอลคอนเทนท์ไทย กล่าวว่า ควรมองงานออกแบบให้ไกลกว่าการผลิตผลงานเพียงชิ้นหนึ่ง แต่ต้องไปถึงการสร้างแบรนด์ การทำตลาด การสร้างช่องทางรายได้ เพื่อเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้
- การพัฒนาศักยภาพคนและการเรียนรู้ตลอดชีวิต คุณปานรดา คุวานนท์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการจากกรมทรัพย์สินทางปัญญากล่าวว่า ผลงานสร้างสรรค์ถือเป็นทรัพย์สินที่สามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา จึงไม่ใช่แค่การป้องกันการลอกเลียนแบบ แต่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม และโอกาสทางธุรกิจให้กับผลงานออกแบบ
- การทำงานข้ามศาสตร์และทักษะแห่งอนาคต คุณดวงฤทธิ์ บุนนาคเสนอให้มองการออกแบบในฐานะวิชาชีพที่ไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว แต่ต้องเชื่อมโยงกับศาสตร์อื่น เช่น การบริหารจัดการ ทรัพยากรบุคคล ธุรกิจ เทคโนโลยี และการตลาด การมีความรู้เพียงด้านการออกแบบจึงอาจไม่เพียงพออีกต่อไป นักออกแบบจำเป็นต้องเข้าใจระบบและบริบทที่อยู่รอบงานออกแบบด้วย
- การกำหนดทิศทางและการวางตำแหน่งของนักออกแบบให้สอดคล้องกับโอกาสของประเทศ ม.ล.ภาสกร อาภากร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าวว่า นักออกแบบควรวางตำแหน่งของตนเองให้สอดคล้องกับโอกาสที่กำลังเกิดขึ้นว่าทักษะด้านการออกแบบจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอย่างไร สร้างคุณค่าให้กับตลาดกลุ่มใดได้ เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้นักออกแบบสามารถกำหนดเส้นทางการทำงานของตนเองได้ชัดเจนขึ้น
อย่างไรก็ดี การเสวนาในหัวข้อฯ ดังกล่าว ดร.ศุภลักษ์ สุวัตถิ ตัวแทนจากสมาคมงานแสดงสินค้าไทยและสมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน, ผศ.ดร.สุรพงษ์ เลิศสิทธิชัย ตัวแทนจากสมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การเรียนรู้ของนักออกแบบในยุคปัจจุบันไม่สามารถจำกัดอยู่เฉพาะในห้องเรียนหรือกรอบของวิชาชีพแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องเชื่อมโยงกับ ตลาด เทคโนโลยี ธุรกิจ สังคม และอุตสาหกรรมใหม่

จะเห็นได้ว่าการเสวนาทั้ง 2 ช่วงมีความน่าสนใจ ทั้งในการถ่ายทอดองค์ความรู้และชวนทำความเข้าใจแนวทางการเรียนรู้ของ OFOS Design Season 2 และบทเรียนใหม่ในระยะที่ 2 ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้และต่อยอดทักษะด้านการออกแบบ ผ่านมุมมองและประสบการณ์จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ทั้งในมิติของการออกแบบ การทำงาน และการนำความคิดสร้างสรรค์ไปประยุกต์ใช้จริง
ปัจจุบันแพลตฟอร์ม OFOS มีบทเรียนออนไลน์ด้านการออกแบบรวม 49 บทเรียน แบ่งเป็น 15 บทเรียนจากระยะที่ 1 และ 34 บทเรียนใหม่จากระยะที่ 2 ครอบคลุมเนื้อหาที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเลือกเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านการออกแบบได้ตามความสนใจ
ผู้สนใจต้องการยกระดับทักษะสร้างสรรค์และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจสามารถเข้าเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายพร้อมรับประกาศนียบัตรเมื่อเรียนจบได้ที่ https://ofos.thacca.go.th/course/Design


