สวธ. –PUDEBGA ประกาศผล 'YBG 2569' ดันบอร์ดเกมวัฒนธรรมไทยสู่ตลาดต่างประเทศ

“Exorcist: Spirit at Nongdapao” คว้าแชมป์ นำความเชื่อผีอีสานสร้างปาร์ตี้เกม ด้าน“ตีเก๊”หยิบวัฒนธรรมวงการพระเครื่องพัฒนาเป็นเกมซื้อขาย ขณะที่“ก่อนอาม่าจะลืม” ใช้กลไกเกมถ่ายทอดสูตรขนมพื้นเมือง เตรียมคัดผลงานศักยภาพต่อยอดเชิงพาณิชย์
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒน ธรรม ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม(PUDEBGA) ประกาศผลโครงการพัฒนานักออกแบบบอร์ดเกมรุ่นเยาว์เพื่อสื่อสารซอฟต์พาวเวอร์ด้านวัฒนธรรมไทย(YBG) ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เรื่องเล่าบ้านฉัน สู่กระดานเกมโลก” หลังเปิดให้เด็กและเยาวชนจาก 4 ภูมิภาค นำเรื่องเล่า ความเชื่อ อาหาร วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นบอร์ดเกม
โครงการมีผู้สมัครกว่า 300 ทีม ก่อนคัดเลือก 32 ทีมเข้าสู่กระบวนการพัฒนา และเหลือ 8 ทีมในรอบสุดท้าย โดยทีม อบต. หนองดาเปา คว้ารางวัลชนะเลิศจากผลงาน “Exorcist: Spirit at Nongdapao” รับเงินรางวัล 80,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Planet board game ผลงาน “ตีเก๊” รับเงินรางวัล 50,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมหลานม่า ผลงาน“ก่อนอาม่าจะลืม” รับเงินรางวัล 30,000 บาท

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า โครงการมีเป้าหมายนำทุนทางวัฒน ธรรมในแต่ละพื้นที่มาต่อยอดสู่อุตสาห กรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเกมเป็นสื่อที่เข้าถึงเด็กและเยาวชน และสามารถเชื่อมเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมเข้ากับความสนุกของการเล่นได้
ผลงานจากแต่ละภูมิภาคสะท้อนความหลากหลายของวัฒนธรรม ทั้งความเชื่อเรื่องผี อาหาร วิถีชีวิต และอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น การนำเรื่องเหล่านี้มาพัฒนาเป็นเกมจึงช่วยให้ผู้เล่นเข้าถึงวัฒนธรรมผ่านประสบการณ์ระหว่างการเล่น
“การนำเกมมาเพื่อสร้างเศรษฐกิจและแฝงด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรม โดยนำเรื่องเล่าบ้านฉันเข้าสู่เกม ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายของโครงการ หากทำเกมออกมาแล้วเด็กและเยาวชนสนุก และมีวัฒนธรรมความเป็นไทยอยู่ในนั้น สิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดความนิยมและแพร่หลาย และในอนาคตสามารถสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทยได้” นายสุรพันธ์ กล่าว

ด้านนายทรงสิทธิ์ แพรเพ็ชร์ นายกสมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม กล่าวว่า การตัดสินไม่ได้พิจารณาเฉพาะความน่าสนใจของเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม แต่ต้องดูว่าผู้พัฒนาสามารถนำเรื่องเหล่านั้นมาสร้างเป็นเกมที่สนุก มีความคิดสร้างสรรค์ และมีโอกาสพัฒนาต่อเป็นผลิตภัณฑ์ได้หรือไม่
เกณฑ์การตัดสินแบ่งเป็น Theme และการเล่าเรื่อง กลไกการเล่น และศักยภาพในการต่อยอด ครอบคลุมความถูกต้องของข้อมูล ความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องราวกับระบบการเล่น ความสนุก ความสมดุล ตลอดจนความเป็นไปได้ในการผลิตจริง
นายทรงสิทธิ์ กล่าวว่า ผู้พัฒนาบอร์ดเกมต้องคัดเลือกเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม แล้วนำมาเชื่อมกับกลไก กติกา และการตัดสินใจของผู้เล่น เพื่อให้วัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งของการเล่นโดยไม่ลดทอนความสนุกของเกม วิธีนี้ช่วยให้ผู้เล่นเรียนรู้เรื่องราวผ่านประสบการณ์ระหว่างเล่น แทนการนำข้อมูลมาใส่ในเกมโดยตรง

สำหรับผลงานชนะเลิศ “Exorcist: Spirit at Nongdapao” จากทีม อบต.หนองดาเปา นำความเชื่อเรื่องผีพื้นบ้านอีสานมาพัฒนาเป็นปาร์ตี้เกม ผู้เล่นรับบทเป็น “หมอผี” แข่งขันกันปราบผีในหมู่บ้าน โดยต้องตัดสินใจว่าตัวละครที่ปรากฏเป็น “ผีหรือคน” และเลือกจัดการให้ถูกต้อง ผู้เล่นที่ตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำจะได้เปรียบ
ส่วน“ตีเก๊” จากทีมPlanet board game รองชนะเลิศอันดับ 1 นำวัฒนธรรมวงการพระเครื่องไทยมาพัฒนาเป็นเกมซื้อขายและเจรจาต่อรอง ผู้เล่นรับบทเป็น“เซียนพระ”แข่งขันกันซื้อขายพระ โดยในเกมมีทั้ง “พระแท้” และ “พระเก๊” ผู้เล่นสามารถเสนอราคา ต่อรอง ซื้อขาย และตีราคากันได้โดยตรง

ขณะที่ “ก่อนอาม่าจะลืม” จากทีมหลานม่า รองชนะเลิศอันดับ 2 นำสูตรขนมพื้นเมืองมาพัฒนาเป็นเกมบริหารเวลาและทรัพยา กร ผู้เล่นต้องหาเงิน เลือกวัตถุดิบ และจัดสรรเวลาสำหรับทำขนมผ่านกลไก Action Point พร้อมรักษาระดับ“ความทรงจำของอาม่า” เพราะเมื่อความทรงจำลดลง ข้อมูลเกี่ยวกับสูตรและวิธีทำขนมก็จะหายไปด้วย
ตลอดโครงการ ผู้เข้าแข่งขันได้รับการพัฒนาผลงานตั้งแต่การค้นคว้าเรื่องราวในพื้นที่ การออกแบบกลไก การผลิตต้นแบบ การพัฒนาภาพประกอบ และการทำ Playtest เพื่อทดสอบกติกาและความสมดุลของเกม ก่อนนำผลมาปรับปรุงผลงานให้พร้อมต่อยอด โดยผลงานที่มีศักยภาพจะถูกนำไปนำเสนอต่อสำนักพิมพ์เกมในเกาหลี ไต้หวัน จีน เยอรมนี และประเทศในยุโรป เพื่อรับฟังความคิดเห็นและสร้างโอกาสสู่การผลิตเชิงพาณิชย์

ผู้เข้าแข่งขันยังต้องตรวจสอบเรื่องราว สูตรอาหาร และรายละเอียดเฉพาะถิ่นกับผู้รู้ เพื่อรักษาความถูกต้องของข้อมูลก่อนนำมาเชื่อมกับกลไกของเกม ขณะที่การทำงานร่วมกับเมนเทอร์และการ Playtest ระหว่างทีมช่วยให้แต่ละทีมปรับทั้งเนื้อหาและวิธีเล่นให้สอดคล้องกัน กระบวนการดังกล่าวทำให้เรื่องเล่าในท้องถิ่นไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลประกอบเกม แต่สามารถพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของการเล่น และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่พาวัฒนธรรมไทยไปสู่ผู้เล่นกลุ่มใหม่ได้




