วันนี้เป็นจริงแล้ว! โชว์ในฝันกว่า 10 ปี ของ ‘INK WARUNTORN’

ปิดฉากลงอย่างงดงามสำหรับ “มาม่า presents INK WARUNTORN 'Synthphony' Concert” คอนเสิร์ตเดี่ยวอีกครั้งของ อิ้งค์ – วรันธร เปานิล ศิลปินค่าย Boxx Music ในเครือ Muzik Move ถ่ายทอดอีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเส้นทางดนตรี ผ่านการนำเพลงที่แฟนเพลงคุ้นเคยกลับมา Rearrange ใหม่ ด้วยการผสานเสียง Synth-Pop อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอเข้ากับพลังของวง Symphony Orchestra อย่างเต็มรูปแบบ จนเกิดเป็นโชว์ที่ไม่ได้เพียงนำเพลงเดิมมาเล่นในรูปแบบใหม่ แต่เป็นการนำสองโลกทางดนตรีที่เธอรักมาพบกันบนเวทีเดียวกัน จัดโดย OKD(โอเคดี) กับ 2 รอบการแสดง เมื่อวันที่ 3–4 ตุลาคม 2569 ณ UOB LIVE, EMSPHERE

บนเวทีเปิดภาพด้วย ‘อิ้งค์ วรันธร’ ในบทบาท Conductor ที่ยกไม้ขึ้นนำวง Orchestra ก่อนเสียงดนตรีจะค่อย ๆ ผสมกับเสียง Synth จากอีกฝั่ง สร้างบรรยากาศใหม่ตั้งแต่เพลงแรก ราวกับเป็นการเปิดประตูให้สองภาษาทางดนตรีได้สนทนากันบนเวทีเดียวกัน เป็นการประกาศว่า นี่ไม่ใช่เพียงการนำเครื่องสายมาเติมให้กับเพลงป๊อป แต่คือการออกแบบเสียงใหม่ทั้งหมด ให้เพลงของโชว์ 'Synthphony' ที่เป็นเหมือนความฝันของเธอ กลายเป็นเสียงจริงที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
โดยค่ำคืนนี้ ฟลุ๊ค – สมัชชา พ่อค้าเรือ รับหน้าที่ Conductor นำวง ‘SoléOrchestra’ ด้วยลีลาการควบคุมวงที่ทั้งสนุก มีจังหวะรับ–ส่งกับ ‘อิ้งค์ วรันธร’ และเติมสีสันให้โชว์เดินหน้า ส่งมอบพลังให้กับคนดู ในช่วงแรกของโชว์พาผู้ชมเข้าสู่โลกของ ‘Synthphony’ ผ่าน ‘พบรัก’, ‘ความลับมีในโลก’, ‘INK’ และ ‘SNAP’ ก่อนเร่งจังหวะและพลังขึ้นต่อเนื่องสู่ ‘ผลข้างเคียง’ เพลงใหม่ที่ถูกนำมาเล่นบนเวทีใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่งแต่ละบทเพลงถูกออกแบบใหม่ให้เสียง Orchestra ทำงานร่วมกับ Synth-Pop ได้อย่างละเมียดละไม สะท้อนความตั้งใจของ ‘อิ้งค์ วรันธร’ ที่ต้องการรักษาตัวตนของเพลงเอาไว้ ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้รายละเอียดทางดนตรีและอารมณ์ใหม่ ๆ ได้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

จากนั้นโชว์พาผู้ชมต่อไปยัง ‘คิดถึงเธอกลางวัน ฝันถึงเธอกลางคืน’ และ ‘สายตาหลอกกันไม่ได้’ ที่ถูกปรับเฉดดนตรีให้สดใหม่ พร้อมเติมสีสันด้วยเสียงแซกโซโฟน ก่อนขยับเข้าสู่ ‘ฝากใจ’ ที่ส่งอารมณ์ของเพลงด้วยพลังของ Orchestra ตามด้วย ‘ถ้าเธอรักใครคนหนึ่ง’, ‘คนใหม่เขาดูแลอยู่’ และ ‘อยากเริ่มต้นใหม่กับคนเดิม’ ก่อนเปิดพื้นที่ให้เรื่องราวของสองค่ำคืนแยกออกเป็นคนละเฉด ผ่านแขกรับเชิญที่ ‘อิ้งค์ วรันธร’ เลือกมาร่วมสร้างช่วงเวลาพิเศษให้กับแต่ละรอบ
ในคืนวันเสาร์ ได้หยิบจับความทรงจำจากบทเพลงที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางดนตรีของเธอขึ้นมาเล่าต่อบนเวที กับวง POLYCAT ศิลปินกลุ่ม Synth-Pop แนวหน้าของไทย ซึ่ง ‘อิ้งค์ วรันธร’ เคยหยิบเพลงของวง POLYCAT มาคัฟเวอร์ในเวอร์ชันของตัวเองตั้งแต่ปี 2016 และเมื่อทั้งคู่มาเจอกันบนเวทีจริง ๆ จึงเริ่มต้นด้วย ‘เพื่อนไม่จริง’ ต่อด้วย ‘เผลอหรือตั้งใจ’ และปิดท้ายด้วย ‘เวลาเธอยิ้ม’ กลายเป็นช่วงที่ทั้งอบอุ่น สดใส และมีความหมายในเชิงดนตรี ที่วันนี้ทั้งคู่ได้มาเจอกันครั้งแรกในฐานะแขกรับเชิญ

ส่วนค่ำคืนวันอาทิตย์ อิ้งค์เปลี่ยนโทนของเรื่องราวด้วยการชวน ‘ดา เอ็นโดรฟิน’ มาร่วมถ่ายทอดอีกมิติของเพลงรักและความทรงจำ เริ่มจาก ‘ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน’ ก่อนส่งต่อ ‘จำไว้’ และปิดพาร์ตด้วย ‘ภาพลวงตา’ การประสานเสียงของสองศิลปินหญิงที่มีน้ำเสียงและคาแรกเตอร์ชัดเจนคนละแบบ ทำให้เพลงคุ้นหูถูกตีความออกมาในอารมณ์ที่เข้มขึ้น มีทั้งพลัง ความรู้สึก และช่วงเวลาที่ส่งรับกันบนเวที จนทำให้ค่ำคืนนี้มีพลังของความเป็น Diva
หลังพักครึ่งบนเวทีถูกเปลี่ยนอุณหภูมิเข้าสู่พาร์ท Chamber ลดสเกลของการแสดงให้ใกล้ชิดขึ้น พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักดนตรี 5 คนมารวมตัวกันกลางเวที ได้แก่ ฟลุ๊ค – สมัชชา พ่อค้าเรือ ในเสียง Cello, ซัน – โชติ บัวสุวรรณ ในเสียง Violin, กัน – กันต์ ล้อมสมบูรณ์ ในเสียง Piano และ โพสต์ – อัจยุติ สังข์เกษม ในเสียง Viola มาร่วมกันถ่ายทอดเพลง ‘ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม’ และ ‘เล่าให้ฟังได้นะ’ ในบรรยากาศที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยรายละเอียด พร้อมการปรากฏตัวของ พล - คชภัค ผลธนโชติ มือกีตาร์ (ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารค่าย Boxx Music) เติมเสียงกีตาร์โปร่งไปกับเพลง ‘ไม่อยากเหงาแล้ว’ ที่เป็นความพิเศษให้กับช่วงนี้
จากนั้นเวทีค่อย ๆ เปลี่ยนกลับเข้าสู่โลกของ Synth-Pop ในเพลง ‘ฉันต้องคิดถึงเธอแบบไหน’ และ ‘รอหรือพอ’ ที่ได้ ข้น จาก Bomb At Track (บอมบ์ แอท แทร็ค) และ น้ำ จาก DCNXTR (เดอ คอนเน็กเตอร์) ที่เข้ามาร่วมเล่น Synth และเติมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สด ๆ บนเวที ทำให้ภาพของซาวด์ซินธ์ที่เป็นอีกสไตล์ ‘อิ้งค์ วรันธร’ ขยายพื้นที่ของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ให้กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของโชว์ เป็นช่วงที่แฟนเพลงได้เห็นโหมด Synth-Pop แบบเต็มตัว ทั้งเท่ สนุก และเต็มไปด้วยพลังของซาวด์ที่เป็นตัวตนของเธอ
เมื่อเข้าสู่ในจังหวะที่สนุกขึ้น ในเพลง ‘เกี่ยวกันไหม’, ‘เก่งแต่เรื่องคนอื่น’ และ ‘ชอบอยู่คนเดียว’ ภาพรวมของโชว์ถูกยกระดับขึ้นอีกขั้นด้วยแสง สี และจังหวะที่เดินไปพร้อมกับการออกแบบสเตจของ ภีม พูลผล (ภีม Saturate) ที่วางพื้นที่การแสดงออกเป็นสองฝั่งอย่างลงตัว

ในช่วงท้ายของโชว์ เรื่องราวทั้งหมดถูกส่งต่อผ่าน 3 เพลง ที่เป็นเหมือน Coming of Age ของ ‘อิ้งค์ วรันธร’ ตลอดเส้นทางกว่า 10 ปี ไล่เรียงตั้งแต่ ‘เหงา เหงา’ เพลงเปิดตัวที่พาผู้คนไปรู้จักเธอในฐานะศิลปินเดี่ยว ต่อด้วย ‘ดีใจด้วยนะ’ เพลงที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของผู้ฟังในวงกว้าง ก่อนปิดท้ายด้วย ‘สักวันฉันจะหายดี’ ผลงานจากช่วงเวลาล่าสุดที่ยังคงได้รับการตอบรับอย่างสูง ทั้ง 3 เพลงจึงเปรียบเสมือนภาพสะท้อนการเติบโตของเธอในแต่ละช่วงเวลา จากวันแรกที่เริ่มต้นบนเส้นทางศิลปิน สู่วันนี้ที่ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์และเติบโตไปพร้อมกับบทเพลงและผู้ฟังตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี
ตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม ความตั้งใจของ ‘อิ้งค์ วรันธร’ จึงไม่ได้อยู่เพียงบนเวทีในฐานะศิลปินผู้ถ่ายทอดบทเพลง แต่ยังอยู่เบื้องหลังการร่วมออกแบบทิศทางทางดนตรีของโชว์ครั้งนี้ร่วมกับทีม Music Director ได้แก่ ฟลุ๊ค – สมัชชา พ่อค้าเรือ, ยู - ณัฐพล เลิศวนัสวงศ์ และ หนึ่ง – เฉลิมรัตน์ พฤกษาจันทนา รวมถึงทีมสร้างสรรค์ อย่าง OKD(โอเคดี) และนักดนตรีอีกมากมายที่ร่วมกันทำให้ Synth-Pop และ Symphony Orchestra กลายเป็นภาษาดนตรีเดียวกันอย่างลงตัว และทำให้ความฝันที่ ‘อิ้งค์ วรันธร’ เก็บไว้ตลอดเส้นทางกว่า 10 ปี ได้เกิดขึ้นจริงบนเวที ‘Synthphony’ คอนเสิร์ต
และเมื่อเรื่องราวทั้งหมดเดินทางมาถึง Encore ปิดค่ำคืนด้วย ‘ยังรู้สึก’ เพลงที่อยู่กับเธอและแฟนเพลงมาอย่างยาวนานตั้งแต่อัลบั้มแรก โดยท่อนสำคัญที่ว่า “เรื่องราววันนั้น ของฉันกับเธอ นั้นยังคงชัดเสมอจดจำในใจฉัน ตลอดมา” ที่ ‘อิ้งค์ วรันธร’ เลือกเป็นข้อความส่งท้าย ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด เรื่องราวที่เธอกับแฟน ๆ เคยเดินทางมาด้วยกันก็ยังคงชัดเจนและมีความหมายเสมอ เป็นความรู้สึกที่ยังอยู่ในใจ และเป็นความทรงจำที่คอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ฝากไว้ร่วมกัน …. จนกว่าเราจะได้พบกันใหม่ในครั้งหน้า




