เปิดตัว 'Anne’s Lens' แพลตฟอร์มที่ 'แอน ทองประสม' ชวนทุกคนออกเดินทาง

จบลงอย่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยความประทับใจ สำหรับทริปแรกของ Anne’s Lens แพลตฟอร์มที่ชวนผู้คนออกเดินทาง เคลื่อนไหว และเปิดมุมมองใหม่ในจังหวะของตัวเอง โดยมี แอน ทองประสม ผู้รับบทบาท Story Explorer ชวนผู้ร่วมทริป 150 คน ที่มาจากต่างถิ่น ต่างที่ ไปใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ธรรมชาติ และผู้คนในท้องถิ่น ณ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา โดยได้ร่วมกับ ถิ่นนิยม (Tinniyom) กลุ่มคนที่ขับเคลื่อนธุรกิจท้องถิ่นของเชียงดาว มาร่วมกันออกแบบกิจกรรมดีๆ ภายใต้ชื่อ Anne’s Lens x Tinniyom กับแนวคิด Every Step Begins with Soil - Move Slower. See More. ที่ชวนทุกคนมาเคลื่อนไหวอย่างมีสติ เพื่อพบกับมุมมองใหม่ๆ ในจังหวะของตัวเอง ผ่านการสัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติ ภูมิปัญญา งานศิลปะ อาหารพื้นถิ่น และเรียนรู้คุณค่าของผืนดิน ผืนป่าที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตผู้คนเชียงดาวไว้อย่างแนบแน่น พร้อมค้นพบมิตรภาพและหลากหลายเรื่องราวความสุขที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง

แอน ทองประสม เปิดเผยถึงความตั้งใจในการสร้างแพลตฟอร์ม Anne’s Lens ว่า “แอนหลงรักการออกกำลังกาย ชอบการเดินทาง และทุกครั้งที่เราได้วิ่ง ได้ออกไปเจอสถานที่ใหม่ๆ ได้พูดคุยกับผู้คนที่มีวิถีชีวิตแตกต่างจากเรา ทำให้ได้เห็น ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างกลับมาเสมอ จึงอยากสร้างพื้นที่เล็กๆ ที่เราจะได้จะแชร์มุมมอง และเปิดโอกาสให้คนที่มีความชอบคล้ายกันออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วยกัน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิ่งหรือเป็นคนที่ชอบการผจญภัย แค่เปิดใจออกมาใช้เวลาด้วยกัน ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ และมีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า Anne’s Lens จึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการออกกำลังกายหรือการเดินทาง แต่เป็นการชวนกันออกไปมองและสัมผัสโลกในมุมใหม่ๆ ที่เราอาจไม่เคยเห็นมาก่อน”
สำหรับการเดินทางครั้งแรกของ Anne’s Lens ได้เลือกพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งได้ร่วมกับ ถิ่นนิยม (Tinniyom) ที่นำโดย ดร. มล- จิราวรรณ คำซาว ผู้ก่อตั้งถิ่นนิยม นักวิจัย เกษตรกร ผู้ร่วมออกแบบ Circular Economy ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และถ่ายทอดเรื่องราวธรรมชาติ วิถีเกษตร ศิลปวัฒนธรรม อาหารและภูมิปัญญาท้องถิ่นของเชียงดาว มาร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมตลอด 3 วัน 2 คืน เพื่อเปิดมุมมองและมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับผู้ร่วมทริป
โดยเริ่มต้นวันแรกกับการต้อนรับผู้ร่วมกิจกรรมด้วยการสร้างสรรค์ BIB ในแบบฉบับของตัวเองผ่านเวิร์ก ช็อปการมัดย้อมคราม กับ Studio Chiangdao Blue ที่ทำให้ BIB แต่ละชิ้นมีลวดลายเฉพาะตัวและยังสามารถนำมาใช้เป็นผ้าพันคอได้อีกด้วย ต่อเนื่องด้วยกิจกรรม Run Natural – Move Mindful เรียนรู้เทคนิคและความสุขจากการวิ่งการฝึกโยคะและยืดเหยียดร่างกาย และส่งท้ายวันด้วยความเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของกาดหมั้ว คัวแลง ที่พี่น้องชาวเชียงดาวได้นำทั้งอาหาร งานคราฟท์ ผลิตภัณฑ์ในชุมชน มาให้ผู้ร่วมทริปได้เลือกชิม เลือกช้อป และเรียนรู้เรื่องราวภูมิปัญญาท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น
ต่อด้วยกิจกรรมไฮไลต์ในวันที่สองกับกิจกรรม Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร ที่พาผู้ร่วมเดินทางวิ่งผ่านหมู่บ้าน ท่ามกลางทิวทัศน์ของดอยหลวงเชียงดาว ก่อนเปลี่ยนจากจังหวะการวิ่ง มาถอดรองเท้า เดินเท้าเปล่า อาบป่าและสัมผัสผืนดินหรือ Forest Bathing & Grounding ระยะทาง 2 กิโลเมตร ผ่านป่าชุมชนบ้านหัวทุ่งไปยังน้ำตกน้ำรู ให้ทุกคนได้ค่อยๆ ฟังเสียงธรรมชาติ สังเกตสิ่งเล็กๆ รอบตัว และกลับมารับรู้จังหวะของร่างกายตัวเองโดยไม่มีเรื่องความเร็วหรือสถิติ เป็นเป้าหมายสำคัญ

หลังจบการวิ่งและสัมผัสธรรมชาติแล้ว Anne’s Lens x Tinniyom ยังพาผู้ร่วมเดินทางไปทำความรู้จัก เชียงดาวผ่านวัฒนธรรมอาหารกับดินเนอร์มื้อพิเศษ ภายใต้แนวคิด Soil to Food Experience จากผืนดินสู่ยอดดอย ที่นำวัตถุดิบพื้นถิ่นตามฤดูกาล มารังสรรค์เป็นเมนูอาหารร่วมกันระหว่างเชฟ กลุ่มแม่บ้าน ร้านอาหารในชุมชน ที่นอกจากได้ลิ้มรสชาติความอร่อยของอาหารแต่ละจานแล้ว ยังถ่ายทอดเรื่องราวความอุดมสมบูรณ์ของ ผืนดิน วิถีเกษตร และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้ชมการแสดงจากกลุ่มเยาวชนชาติพันธุ์ ที่มาเติมเต็มบรรยากาศให้เป็นค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความสุขอันน่าจดจำ
ปิดท้ายในวันที่สาม ด้วยกิจกรรม Relax Run ระยะทาง 6 กิโลเมตร ผ่านชุมชนบ้านถ้ำและถนนสาย ต้นยางแดง เส้นทางที่เชื่อมโยงกับความทรงจำจากภาพยนตร์เรื่องเดอะ เลตเตอร์ จดหมายรัก ซึ่งแอนเคยฝากผลงานการแสดงไว้ ก่อนมุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำร้อนโป่งอ่าง นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่พาไปย้อนดูมุมมองและประสบการณ์ในการมาเยือนเชียงดาวในห้วงเวลาที่แตกต่างกัน
ทางด้าน ดร. มล - จิราวรรณ คำซาว ผู้ก่อตั้งถิ่นนิยม กล่าวถึงการเข้ามาร่วมสร้างประสบการณ์ครั้งนี้ว่า “เชียงดาวมีเสน่ห์มากกว่าภูเขาหรือวิวสวยๆ เพราะที่นี่ยังมีผู้คน อาหาร วิถีชีวิต และองค์ความรู้ที่ผูกพันกับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน การได้ร่วมงานกับ Anne’s Lens ครั้งนี้ ทำให้ผู้ร่วมทริปได้รู้จักเชียงดาวผ่านคนในพื้นที่จริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่เดินทางมาเที่ยวแล้วกลับไป ขณะเดียวกันชุมชนก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมถ่ายทอดความรู้ สร้างสรรค์กิจกรรม และมีโอกาสสร้างรายได้จากสิ่งที่ตัวเองมีและทำได้ดีอยู่แล้ว ความพิเศษของทริปนี้จึงอยู่ที่การให้ชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์อย่างแท้จริง ตั้งแต่กลุ่มช่างฝีมือที่ถ่ายทอดงานคราม เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบอาหาร ผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ร่วมต้อนรับผู้มาเยือนเพื่อให้การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความทรงจำดีๆ ให้กับผู้เข้าร่วมงาน แต่ยังสร้างความสุขให้กับผู้คนเชียงดาวด้วยเช่นกัน”
แอน กล่าวทิ้งท้ายว่า “เชียงดาวเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้เห็นภาพของ Anne’s Lens ชัดเจนมากขึ้น และดีใจที่ได้เห็นคน ต่างวัย ต่างที่มา คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มาใช้เวลาด้วยกัน เราไม่ได้มาแข่งว่าใครวิ่งเร็วกว่าใคร แต่ทุกคนได้สนุกกับการเคลื่อนไหวในแบบของตัวเอง ได้เรียนรู้และเปิดใจให้กับประสบการณ์ใหม่ๆ และกลับไปพร้อมความทรงจำดีๆ Anne’s Lens เชื่อว่าแต่ละสถานที่มีเรื่องราวและเสน่ห์ของตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปให้ไกลที่สุด แค่ได้ออกไปเห็นอะไรที่ต่างจากเดิม ค้นพบมุมมองใหม่ๆ และกลับมาพร้อมความสุขเล็กๆ ก็น่าจะเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าและสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว”

แม้ทริปแรกที่เชียงดาวจะสิ้นสุดลง แต่สำหรับ Anne’s Lens นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ ที่จะพาทุกคนไปพบกับประสบการณ์ผ่าน 4 เรื่องราวหลัก คือ ธรรมชาติ (Nature), กีฬา (Sport), ชุมชน (Community) และ การท่องเที่ยว (Travel) ด้วยรูปแบบกิจกรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละสถานที่ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ ชวนทุกคนมาค้นพบความสุขในจังหวะของตัวเอง พร้อมส่งต่อโอกาสและสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ติดตามกิจกรรมสุดพิเศษจาก Anne’s Lens ในครั้งต่อไป ได้ที่ Facebook · Anne's Lens
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

