ทำไม แฟนๆ Final Fantasy ถึงอยากให้ทาง Square Enix Remake Final Fantasy IX

เชื่อว่าแฟนๆ Final Fantasy หลายๆคนจะยังคงรอการ Remake Final Fantasy IX กันอยู่ แต่ว่าทำไม คนถึงชอบภาคนี้กันมากที่สุด วันนี้ฟิรุมุคุง จะมาเล่าให้ฟัง

เอาเนื้อเรื่องก่อน เนื้อเรื่องของ Final Fantasy IX เป็นการผจญภัยที่ผสมผสานความตื่นเต้นแบบนิทานแฟนตาซีเข้ากับปมปรัชญาชีวิตที่ลึกซึ้ง
โดยมีจุดเริ่มต้น: แผนลักพาตัวที่พลิกผัน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ซีดาน (Zidane) สมาชิกกลุ่มโจร Tantalus ได้รับภารกิจให้ลักพาตัว เจ้าหญิงการ์เน็ต (Garnet) แห่งอาณาจักรอเล็กซานเดรีย ในช่วงเวลาที่เธอกำลังพยายามหลบหนีออกจากปราสาทด้วยตัวเองพอดี การลักพาตัวนี้กลับกลายเป็นการร่วมมือกันโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อทั้งคู่ต้องหลบหนีออกจากอาณาจักรที่กำลังดำเนินนโยบายสงครามภายใต้การบงการของ ราชินีบราเน่ (Queen Brahne) แม่ของการ์เน็ต(แม่บุญธรรม) การเดินทางและผองเพื่อน

ระหว่างการเดินทาง ซีดานและเจ้าหญิง (ที่เปลี่ยนชื่อเรียกตัวเองว่า แดกเกอร์ - Dagger) ได้พบกับพรรคพวกที่มีชะตากรรมผูกพันกัน ได้แก่:ชไตเนอร์ (Steiner): อัศวินผู้ซื่อสัตย์แต่หัวโบราณที่ต้องทำหน้าที่ปกป้องเจ้าหญิงวีวี่ (Vivi): จอมเวทมนตร์ดำตัวน้อยที่กำลังค้นหาความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดของตนเองและเผ่าพันธุ์ของเขา เฟรย่า (Freya): อัศวินหญิงจากเบอร์เมเซียที่ออกตามหาความจริงเกี่ยวกับสงคราม ควีน่า (Quina): นักกินจากป่าหนองที่เดินทางเพื่อเรียนรู้อาหารทั่วโลก เอโก (Eiko): เด็กสาวคนสุดท้ายของเผ่าผู้เรียกมนต์อสูร อมาแรนท์ (Amarant): นักฆ่าฝีมือดีที่ถูกซีดานเอาชนะและตัดสินใจร่วมทางด้วย

ปมปัญหาหลัก: สงครามและการไขปริศนาแห่งดวงดาว เมื่อเดินทางไปเรื่อยๆ พวกเขาพบว่าสงครามที่อเล็กซานเดรียก่อขึ้นนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของภัยพิบัติที่ใหญ่กว่า โดยมีตัวละครลึกลับที่ชื่อ คุจา (Kuja) เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการใช้เทคโนโลยีและเวทมนตร์ดำเพื่อทำลายล้างอาณาจักรต่างๆเนื้อเรื่องค่อยๆ เปิดเผยความลับเกี่ยวกับ ดวงดาวไกอา (Gaia) และ เทอร์ร่า (Terra) รวมถึงแผนการที่ซับซ้อนของการ์แลนด์ (Garland) ผู้ต้องการรวมดวงดาวทั้งสองเข้าด้วยกัน ซึ่งนำไปสู่คำถามสำคัญของเรื่องคือ "ความหมายของการมีชีวิตอยู่" โดยเฉพาะเมื่อตัวละครหลักแต่ละตัวต้องเผชิญหน้ากับความตาย ความทรงจำ และชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงแก่นของเรื่อง (Themes) สิ่งที่ทำให้ FF9 แตกต่างจากภาคอื่นคือการที่เนื้อเรื่องพาผู้เล่นไปสำรวจ "ความเป็นมนุษย์" ผ่านตัวละครต่างๆ เช่น:วีวี่: ที่ตั้งคำถามว่าตุ๊กตาเวทมนตร์อย่างเขาถือว่ามีชีวิตหรือไม่เมื่อต้องเผชิญกับความตาย การ์เน็ต: ที่ต้องละทิ้งสถานะเจ้าหญิงเพื่อตามหาตัวตนที่แท้จริง ซีดาน: ที่ต้องก้าวข้ามผ่านปมในอดีตและเรียนรู้ว่าการมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อผู้อื่นที่รักเรา

โดยรวมแล้ว Final Fantasy IX ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวการกู้โลกจากจอมมาร แต่เป็นการเดินทางของกลุ่มคนที่แตกสลายและโดดเดี่ยวที่ได้มาพบกัน เรียนรู้ที่จะเติบโต และเข้าใจถึงคุณค่าของชีวิตในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้ใช้ร่วมกัน จึงทำให้ผู้เล่นมีความอินไปกับตัวละครกันเลยทีเดียว
ส่วนฉากจบของ Final Fantasy IX เป็นหนึ่งในฉากจบที่ประทับใจและซาบซึ้งที่สุดในประวัติศาสตร์เกม RPG แต่เนื่องจากเกมมีความยาวและมีรายละเอียดซ่อนอยู่มาก ทำให้มี "ดีเทลสำคัญและฉากลับ" บางส่วนที่ผู้เล่นหลายคนอาจพลาดหรือมองข้ามไปครับ
นี่คือเรื่องราวและฉากจบที่หลายคนอาจไม่รู้หรือลืมสังเกต

1. บทสรุปชีวิตของ "วีวี่" (Vivi) ที่ไม่ได้มีชีวิตรอด
สิ่งที่หลายคนสงสัย: ตอนท้ายเกมเราจะเห็นจอมเวทดำตัวน้อยหน้าตาน่ารักมาร่วมวิ่งต้อนรับซีดาน แต่ความจริงแล้ว... นั่นไม่ใช่ตัวของวีวี่
ความจริงที่ซ่อนอยู่: เผ่าพันธุ์ของจอมเวทดำในภาคนี้มีอายุขัยที่สั้นมาก (ถูกสร้างมาให้ใช้งานในสงครามและจะ "หยุดทำงาน" ไปเองเมื่อหมดอายุขัย) วีวี่ตัวจริงได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว (สังเกตได้จากฉากเครดิตตอนท้ายที่จดหมายลาตายของวีวี่ถูกส่งไปหาทุกคน และบทพูดเปิดเรื่องตอนท้ายเกมจะถูกเล่าผ่านเสียงของ "ลูกๆ ของวีวี่" ที่หน้าตาถอดแบบมาจากเขาเป๊ะๆ เพื่อสืบทอดเจตจำนงและความทรงจำต่อไป) ซึ่งเป็นหนึ่งในดีเทลที่เศร้าและลึกซึ้งมากๆ

2. เบื้องหลังการรอดชีวิตของซีดาน (Zidane's Survival)
ในฉากไคลแม็กซ์ ซีดานเลือกที่จะอยู่ในวิหารที่กำลังถล่มเพื่อช่วยชีวิต คุจา (Kuja) คู่ปรับสำคัญของเรื่อง ทำให้ทุกคนคิดว่าซีดานต้องตายไปพร้อมกับวิหารนั้น
แต่ในช่วงฉากจบ (Ending) ซีดานสามารถรอดชีวิตกลับมาหาทุกคนที่อเล็กซานเดรียได้สำเร็จ โดยเบื้องหลังการรอดชีวิตของเขานั้น คุจาเป็นคนใช้พลังเฮือกสุดท้ายช่วยชีวิตและส่งตัวซีดานออกมาจากวิหารที่กำลังพังทลาย ก่อนที่คุจาจะหมดลมหายใจไป เพื่อเป็นการไถ่บาปในสิ่งที่ตัวเองเคยทำลงไป

3. คราบโจรสลัดที่หายไปของซีดาน
ในฉากสุดท้ายที่ซีดานวิ่งกลับมาหาเจ้าหญิงการ์เน็ตที่โรงละคร ซีดานตั้งใจจะถอดเสื้อคลุมฮู้ดและหน้ากากโจรออกเพื่อแสดงตัวตน แต่จังหวะนั้นการ์เน็ตวิ่งเข้ามาสวมกอดเขาด้วยความคิดถึง ทำให้ซีดานสลัดคราบความเป็นโจรทิ้งไปอย่างสมบูรณ์ และพร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะคนรักและราชาแห่งอเล็กซานเดรียเคียงข้างการ์เน็ต
4. บทสรุปชีวิตของตัวละครอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ในฉากเครดิต (Credits)
หากผู้เล่นดูฉากจบแบบยาวจนจบเครดิต จะมีฉากสั้นๆ เล่าความเป็นไปของตัวละครแต่ละตัวหลังสงครามสงบ ซึ่งหลายคนมักจะกดข้ามไป:
ชไตเนอร์และเบียทริกซ์: แม้ทั้งคู่จะไม่ได้ลงเอยด้วยการแต่งงานกันอย่างเป็นทางการเนื่องจากหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต่างกัน แต่ในฉากจบเราจะเห็นทั้งคู่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันทำหน้าที่ปกป้องราชอาณาจักรด้วยความเคารพรักที่มีให้กัน
เอโก (Eiko): ได้รับการรับเลี้ยงเป็นเจ้าหญิงน้อยอย่างเป็นทางการโดยท่านพ่อบุญธรรม (ราชา Cid และราชินี Hilda) ทำให้เธอไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป
สเตลลา (Cid & Hilda): กลับคืนดีกันและช่วยกันพัฒนาเรือเหาะรุ่นใหม่ๆ ให้กับโลกไกอา
ควีน่า: ได้ดิบได้ดีกลายเป็นเชฟชื่อดังประจำวังหลวงของอเล็กซานเดรีย ปรุงอาหารรสเลิศ (และแปลกประหลาด) ให้ชาวเมืองกิน
แล้วเหตุผล ทำให้คนถึงอยากให้ทาง Square Enix Remake Final Fantasy IX
Final Fantasy IX เป็นหนึ่งในภาคที่แฟนเกมทั่วโลกยกให้เป็นภาคที่ดีที่สุดในใจตลอดกาล แม้ว่าซีรีส์นี้จะมีภาคที่ภาพสวยหรือระบบล้ำสมัยกว่านั้นก็ตาม โดยเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้คนหลงรักภาคนี้ก็มีอยู่ว่า
1. การกลับคืนสู่รากเหง้าแฟนตาซีดั้งเดิม (Return to Roots)
กลิ่นอายแบบคลาสสิก: หลังจากที่ภาค 7 และ 8 พาซีรีส์หลุดไปสู่โลกยุคใหม่แนวไซไฟและโลกอนาคตที่ดาร์กและสมจริงขึ้น ภาค 9 จงใจพาผู้เล่นหวนกลับสู่สไตล์ High Fantasy ดั้งเดิมที่มีทั้งพ่อมด อัศวิน ปราสาท เวทมนตร์ และเรือเหาะ ซึ่งสร้างความคิดถึงให้กับแฟนรุ่นเก่า

2. ตัวละครที่มีความเป็นมนุษย์และมีมิติสูง (Deep & Relatable Characters)
ตัวละครทุกตัวในภาคนี้มีปมปัญหาและการเติบโตทางจิตวิทยาที่ลึกซึ้ง
Zidane Tribal: พระเอกผู้ร่าเริงแต่เบื้องหลังกลับต้องเผชิญหน้ากับการค้นหาตัวตนและชาติกำเนิดที่เจ็บปวด (แต่จริงๆเป็นลิงนะ)
Vivi Ornitier: ตัวละครที่ได้รับความรักมากที่สุด เป็นเด็กน้อยเวทมนตร์ที่ต้องตระหนักรู้ถึงคุณค่าของชีวิตและความตาย สร้างความสะเทือนใจและประทับใจให้ผู้เล่นอย่างมาก
Princess Garnet (Dagger): เจ้าหญิงที่ต้องก้าวข้ามผ่านกรอบความปลอดภัยเพื่อเรียนรู้โลกกว้างและความรับผิดชอบที่แท้จริง
3. ตีแผ่ปรัชญาชีวิตและความหมายของการมีชีวิตอยู่ (Philosophical Themes)
ธีมหลักของภาคนี้คือคำถามที่ว่า "เราเกิดมาทำไม?" และ "การมีชีวิตอยู่มีความหมายอย่างไร?" ผ่านเรื่องราวของตัวละครที่ต้องเผชิญหน้ากับความตาย ชะตากรรม และการพลัดพราก ซึ่งนำเสนอออกมาได้อย่างลึกซึ้งและกินใจผู้เล่นทุกวัย
4. งานภาพและโลกแฟนตาซีที่งดงามราวกับนิทาน (Fairytale Art Style)
การออกแบบตัวละครและฉากหลังมีความเป็นศิลปะกึ่งการ์ตูน (Chibi-esque ในระดับพอดี) ผสมผสานกับฉากหลังพรีเรนเดอร์ที่วาดด้วยมือ ทำให้โลกของ Gaia ในภาคนี้ดูอบอุ่น มีชีวิตชีวา และสวยงามคลาสสิกเหมือนหนังสือนิทานที่ไม่มีวันเก่า

5. เพลงประกอบระดับตำนาน (Unforgettable Soundtrack)
ผลงานชิ้นเอกของ Nobuo Uematsu ที่ประพันธ์เพลงประกอบออกมาได้อย่างลงตัว เพลงธีมอย่าง "Melodies of Life" รวมถึงเพลงประจำตัวละครและเพลงฉากแผนที่โลก (Place to Call Home) สามารถดึงอารมณ์ร่วมของผู้เล่นให้ดำดิ่งไปกับเรื่องราวได้อย่างยอดเยี่ยม
6. ระบบการพัฒนาตัวละครแบบย้อนยุคแต่สนุก (Classic Abilities System)
การเรียนรู้เวทมนตร์และความสามารถผ่าน อุปกรณ์สวมใส่ (Equipment-based abilities) ทำให้ผู้เล่นต้องวางแผนว่าจะให้ใครใส่อะไรเพื่อเก่งสกิลไหน เป็นระบบที่เข้าใจง่ายแต่มีความลึกซึ้งในการเล่น รวมถึงระบบ Trance และมินิเกมสนุกๆ มากมาย เช่น การล่ากบ หรือ Tetra Master
#ฟิรุมคุง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

