สนามบินกรุงริยาด ซาอุฯ ถูกโจมตี ดับ 12 ราย เจ็บทะลุ 300 สั่งระงับเที่ยวบินทันที

สำนักงานการบินพลเรือนซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยชาวซาอุดีอาระเบีย 4 ราย ชาวบังกลาเทศ 2 ราย และพลเมืองจากสหรัฐฯ จอร์แดน ปาเลสไตน์ ซีเรีย ซูดาน และอียิปต์ ประเทศละ 1 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บบางรายมีอาการวิกฤต ขณะที่พยานผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า พบรถพยาบาลมากกว่า 12 คันเร่งเดินทางเข้าไปยังสนามบินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ
พลตรีตุรกี อัล-มาลิกี โฆษกกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า การโจมตีอาคารผู้โดยสารส่งผลให้ผู้โดยสารพลเรือนและเจ้าหน้าที่สนามบินเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ พร้อมประณามว่าเป็นอาชญากรรมสงคราม และกล่าวโทษกลุ่มฮูตีในเยเมนว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮูตียังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเหตุโจมตีเมื่อวันเสาร์ แต่ก่อนหน้านี้ได้อ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีสนามบินแห่งเดียวกันเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายและเครื่องบินได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 3 รายจากการโจมตีสนามบินในซาอุดีอาระเบีย 2 แห่ง เมื่อวันที่ 6 และ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย กับกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน กองกำลังพันธมิตรระบุว่า ยังมีวัตถุคล้ายกระสุนตกใกล้สนามบินนานาชาติคิงฟาฮัด ในเมืองดัมมาม ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบียด้วย ด้านอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ แสดงความตกใจอย่างยิ่งต่อเหตุโจมตี พร้อมระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและต้องยุติลงทันที
ด้านมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ประณามการโจมตีซาอุดีอาระเบีย พร้อมยืนยันว่ามีพลเมืองอเมริกันเสียชีวิตจากเหตุการณ์ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาการตัดสินใจเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว และอาจเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮูตีร่วมกับซาอุดีอาระเบีย หลังเกิดเหตุ โรงเรียนในกรุงริยาดปรับไปจัดการเรียนการสอนทางไกลตลอดสัปดาห์ ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตหลายประเทศเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงสนามบิน และสายการบินหลายแห่งประกาศยกเลิกเที่ยวบินเข้าและออกจากสนามบินดังกล่าว
ความขัดแย้งในเยเมนยืดเยื้อมานานหลายปี โดยกลุ่มฮูตีเข้าควบคุมพื้นที่สำคัญหลายแห่งของประเทศ และประกาศเป็นส่วนหนึ่งของแนวร่วมต่อต้านอิสราเอล สหรัฐฯ และชาติตะวันตก ซึ่งมีอิหร่านเป็นแกนนำ แม้ก่อนหน้านี้จะมีความพยายามผลักดันข้อตกลงหยุดยิงในปี 2565 แต่สถานการณ์เริ่มกลับมาตึงเครียดอีกครั้งตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังกลุ่มฮูตีประกาศมาตรการปิดกั้นทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย และเริ่มโจมตีสนามบิน โรงงานน้ำมัน และเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านอาจกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

