ปานามา เจออาฟเตอร์ช็อกกว่า 200 ครั้ง หลังแผ่นดินไหว 7.7 บ้านเสียหายเกือบ 900 หลัง

ปานามาเผชิญแรงสั่นสะเทือนหลังแผ่นดินไหว หรืออาฟเตอร์ช็อก มากกว่า 200 ครั้ง หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 ต.ค.) ส่งผลให้บ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดตอนกลางของประเทศได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง จนรัฐบาลต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
หน่วยงานฉุกเฉินของปานามารายงานว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 27 คน และบ้านเรือนได้รับความเสียหายเกือบ 900 หลัง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความเสียหายอาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการประเมินในชุมชนห่างไกลที่เข้าถึงได้ยาก

ด้านกระทรวงเศรษฐกิจระบุว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะช่วยให้รัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณบรรเทาทุกข์ได้สูงสุด 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,200 ล้านบาท โดยไม่ทำให้เป้าหมายการขาดดุลงบประมาณปี 2569 ซึ่งกำหนดไว้ที่ 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เกินกว่ากรอบที่วางไว้
เนสตอร์ ลุค ผู้อำนวยการสถาบันธรณีศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยปานามา เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ตรวจพบอาฟเตอร์ช็อกแล้วมากกว่า 200 ครั้ง และยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ขนาดของแรงสั่นสะเทือนมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ช่วงเวลาระหว่างการเกิดอาฟเตอร์ช็อกแต่ละครั้งเริ่มยาวนานขึ้น ส่วนสหรัฐฯ ประกาศให้ความช่วยเหลือมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 160 ล้านบาท พร้อมส่งทีมเจ้าหน้าที่ 20 คน เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการกู้ภัยและประเมินความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโฮเซ ราอูล มูลิโน ลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชน พร้อมเรียกร้องให้เร่งซ่อมแซมถนนและสะพาน เพื่อให้การขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เป็นไปอย่างสะดวก โดยมีสะพานอย่างน้อย 14 แห่งได้รับความเสียหายในจังหวัดเบรากวัสและลอสซานโตส นอกจากนี้ ยังมีการระงับการเรียนการสอนทั่วประเทศในวันจันทร์ ขณะที่คลองปานามายืนยันว่าการเดินเรือยังคงดำเนินไปตามปกติ และไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


