มาครง แถลงการณ์ด่วน หลัง ฝรั่งเศส เกิดจลาจลครั้งใหญ่ ขอประชาชนอยู่ในความสงบ กร้าว ผู้ก่อเหตุทุกคนต้องถูกลงโทษ

19 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากการชุมนุมของกลุ่มนักเรียนมัธยมประท้วงเพื่อให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาโรงเรียนและห้องเรียนที่ทรุดโทรม ความแออัดของนักเรียน รวมถึงปัญหาขาดแคลนครู ก่อนจะบานปลายเป็นการเรียกร้องงบประมาณสนับสนุนการศึกษาเพิ่ม นำไปสู่การเรียกร้องให้แก้ปัญหาค่าครองชีพและบริการสาธารณะในฝรั่งเศสเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2569
ก่อนจะลุกลามบานปลายกลายเป็นเหตุความรุนแรง และนำไปสู่การก่อจลาจลครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีของฝรั่งเศส แม้ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่จะเดินขบวนอย่างสงบ แต่มีกลุ่มหัวรุนแรงสวมชุดดำปิดหน้าเผาและทำลายอาคารรัฐ เช่น ศาลากลางเมืองลีมอฌ ถูกจุดไฟเผา ศาลากลางเมืองมาร์แซย์ ถูกพ่นกราฟฟิตี้ และสำนักงานท่องเที่ยวเมืองลียง ถูกวางเพลิง รวมถึงมีการปล้นสะดมร้านค้าแบรนด์หรู และ ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงร้านอาหารด้วย

ล่าสุดประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนอยู่ใน ความสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อย หลังจากเหตุการณ์ประท้วงใหญ่ทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ลุกลามกลายเป็นเหตุจลาจลและการปล้นสะดม และยังคงมีความวุ่นวายต่อเนื่องในบางจุดในวันอาทิตย์ (ตามเวลาท้องถิ่น)
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวแถลงการณ์ต่อคนทั้งประเทศจากพระราชวังเอลีเซ โดยเตือนกลุ่มผู้ก่อความวุ่นวายว่าอย่า ยกระดับความรุนแรง พร้อมระบุว่า พวกเราทุกคนต่างรู้สึกโกรธและอับอาย ขณะที่เน้นย้ำว่าต้องแยกแยะระหว่าง ข้อเรียกร้องที่ชอบธรรม ของผู้ประท้วงโดยสงบ กับ กลุ่มคนที่ทำลาย ทุบข้าวของ และปล้นสะดม พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่มีสิ่งใดมาอ้างเป็นเหตุผลรองรับความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ และผู้ก่อเหตุทุกคนจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย

ผู้นำฝรั่งเศสยังประกาศให้เจ้าหน้าที่ประจำภูมิภาคและนายกเทศมนตรีในแต่ละพื้นที่ร่างมาตรการคุ้มครองร้านค้าและอาคารสถานที่ของรัฐ และยืนยันว่าจะให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติงานและการตอบโต้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อเหตุการณ์ประท้วงครั้งนี้อย่างโปร่งใสเต็มที่
กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส รายงานว่า ยอดผู้ถูกจับกุมจากเหตุจลาจลดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,400 คนแล้ว ขณะที่มีตำรวจได้รับบาดเจ็บประมาณ 1,000 นาย โดยในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 7 นาย เมื่อวันอาทิตย์ (18 ต.ค.) ยังคงเกิดการปล้นและการปะทะกับตำรวจขนาดเล็กในกรุงปารีสและเมืองลียง มีการใช้แก๊สน้ำตาและระเบิดควันสลายฝูงชน หลังมีการขว้างปาก้อนหินใส่ตำรวจ

โดยในกรุงปารีส ที่เต็มไปด้วยซากรถยนต์ถูกเผา และเศษซากปรักหักพังเกลื่อนถนน ผู้ก่อจลาจลก่อเหตุวางเพลิงอาคารสำนักงานการท่องเที่ยวในเมืองลียง ซึ่งนายกเทศมนตรีระบุว่าเป็นอาคารประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ศาลาว่าการเมืองลีมอฌ (Limoges) อายุเก่าแก่กว่า 140 ปี ถูกเพลิงไหม้จนหลังคาและบางส่วนของตัวอาคารพังทลายลงมา ร้านค้าแบรนด์เนมเช่น หลุยส์ วิตตอง, แอปเปิล สโตร์, กุชชี, ราล์ฟ ลอเรน, เวอร์ซาเช่ และ ร้านค้าปลีกจำนวนมาก ถูกทุบทำลายกระจกหน้าร้านและเข้าไปปล้นสินค้า ขณะที่ร้านขายของ ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อกว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเพลิงไหม้และการบุกปล้น
BREAKING: 'How can French people do this to France?'
French President Emmanuel Macron has said the country is feeling 'anger and shame' over recent protests in the country.
Calling for peace, the president said 'nothing' justifies the riots and damage caused in multiple cities. https://t.co/7pAPurPqW0
— Sky News (@SkyNews) October 18, 2026
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

