อิหร่านยื่น 6 เงื่อนไขกดดันสหรัฐฯ เปิดช่องแคบฮอร์มุซใน 48 ชั่วโมง

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดพลังงานทั่วโลกจับตา หลังอิหร่านส่งสัญญาณว่า ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลก อาจกลับมาเปิดให้เดินเรือได้ภายใน 48 ชั่วโมง หากสหรัฐอเมริกายอมรับเงื่อนไข 6 ข้อของรัฐบาลเตหะราน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร การลดกำลังทหารสหรัฐฯ ในภูมิภาค ไปจนถึงการปลดอายัดทรัพย์สินทางการเงินและการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนตุลาคม
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า การกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นอยู่กับการที่รัฐบาลวอชิงตันยอมรับข้อเรียกร้องของอิหร่าน โดยข้อเสนอดังกล่าวมีรายงานว่าอยู่ระหว่างการหารือผ่านความพยายามของผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์ ทั้งนี้ เงื่อนไขที่อิหร่านเสนอไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเปิดเส้นทางเดินเรือ แต่ยังครอบคลุมประเด็นทางการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคงในภูมิภาคด้วย
สำหรับเงื่อนไขทั้ง 6 ข้อที่อิหร่านเสนอ ตามข้อมูลจาก Coin Bureau ประกอบด้วย การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐฯ บังคับใช้หลังข้อตกลงเมื่อเดือนกรกฎาคมล่มสลาย การลดกำลังทหารสหรัฐฯ ในภูมิภาค การฟื้นฟูข้อยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรด้านน้ำมันเพื่อเปิดทางให้การส่งออกปิโตรเลียมของอิหร่านกลับมาดำเนินการได้สะดวกขึ้น และการปลดอายัดทรัพย์สินทางการเงินของอิหร่าน รวมถึงเงินทุนที่ถูกอายัดไว้ในประเทศกาตาร์ นอกจากนี้ อิหร่านยังต้องการให้มีการรับรองเส้นทางเดินเรือใหม่ระหว่างอิหร่านกับโอมาน พร้อมปิดเส้นทางเดินเรืออื่นทั้งหมดภายใต้ข้อตกลงที่เสนอ รวมถึงเรียกร้องให้ยุติสงครามในทุกแนวรบ โดยเฉพาะปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอน
ขณะเดียวกัน ข้อเสนอล่าสุดยังเป็นความพยายามต่อเนื่องจากข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราวก่อนหน้านี้ โดยข้อมูลจาก Coin Bureau ระบุว่า อิหร่านเคยเสนอเปิดเส้นทางเดินเรือเป็นเวลา 7 วันในเดือนกันยายน และ 6 วันเมื่อเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การส่งสัญญาณเปิดช่องแคบภายใน 48 ชั่วโมงครั้งนี้ยังไม่ได้หมายความว่าทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงแล้ว เนื่องจากยังขึ้นอยู่กับการตอบรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ และผลการเจรจาทางการทูต
ด้านตลาดพลังงานโลกยังคงจับตาความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Crude) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.6% ในเดือนตุลาคม แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) เพิ่มขึ้น 15.2% ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาน้ำมันมาตรฐานทั้งสองประเภท เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการขนส่งพลังงานทั่วโลก ทำให้ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเปิดหรือปิดเส้นทางดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ตลาดน้ำมันให้ความสนใจอย่างมาก ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องจับตาต่อไปคือสหรัฐฯ จะยอมรับข้อเรียกร้องทั้ง 6 ข้อของอิหร่านหรือไม่ เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเจรจาและโอกาสในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในกรอบเวลา 48 ชั่วโมงตามที่อิหร่านเสนอ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

