ทรัมป์พ่ายยับ เลือกตั้งกลางเทอม 'เดโมเครต'ยึด2สภา

ทรัมป์พ่ายยับ
เลือกตั้งกลางเทอม
'เดโมเครต'ยึด2สภา
ปิดหีบเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ผลนับคะแนนไม่เป็นทางการ“เดโมแครต” พลิกครองเสียงข้างมากทั้ง “สภาผู้แทนฯ-วุฒิสภา”โค่นรีพับลิกันขาด ด้าน “ทรัมป์” โพสต์ยอมรับความพ่ายแพ้ ชี้ประเด็นอิหร่านมีผลต่อการลงคะแนนเสียง แบะท่าใช้สิทธิ์วีโต้ร่างกฎหมายที่เดโมแครตเสนอถ้าไร้สาระ
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา ทยอยปิดหีบลงคะแนนแล้วในหลายรัฐ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้มีประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก นอกจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เดินทางไปลงคะแนนในวันจริงแล้ว ยังมีชาวอเมริกันที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วมากกว่า 58 ล้านคนจากจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งประมาณ 210 ล้านคน ผ่านทั้งการลงคะแนนล่วงหน้าที่หน่วยเลือกตั้ง และการส่งบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์
สำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯคือ การเลือกตั้งที่จัดขึ้นทุก 2 ปี หรือช่วงกึ่งกลางของวาระประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่ง 4 ปีเพื่อเลือกสมาชิกสภาคองเกรสประกอบด้วย 2 สภา ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 435 ที่นั่ง มีวาระ 2 ปีซึ่งพรรคการเมืองที่จะครองเสียงข้างมากต้องมีผู้แทนอย่างน้อย 218 ที่นั่งซึ่งผลการเลือกตั้งปี 2567 พรรครีพับลิกัน ครอง 220 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเดโมแครตได้ 215 ที่นั่ง ทำให้เดโมแครตต้องชนะคว้าที่นั่งเพิ่มอย่างน้อย 3 ที่นั่ง เพื่อพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาล่าง
นอกจากนี้ ยังมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 35 ที่นั่ง หรือประมาณ 1 ใน 3 ของทั้งหมด 100 ที่นั่ง มีวาระ 6 ปีในจำนวนนี้เป็นเก้าอี้ของพรรครีพับลิกัน 22 ที่นั่ง และพรรคเดโมแครต 13 ที่นั่ง ปัจจุบันรีพับลิกันครองเสียงข้างมาก 53 ต่อ 47 เสียง ประกอบด้วย สมาชิก เดโมแครต 45 คน และสมาชิกอิสระอีก 2 คนที่ร่วมกลุ่มกับเดโมแครต ดังนั้นพรรคเดโมแครตจำเป็นต้องรักษาเก้าอี้เดิมทั้ง 13 ที่นั่งไว้ และต้องได้คะแนนเสียงเพิ่มเติมจนมีเสียงรวมอย่างน้อย 51ที่นั่ง จึงจะสามารถพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้ เพราะถ้ามีคะแนนเสมอกัน 50 ต่อ 50 รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ยังมีอำนาจลงคะแนนชี้ขาด ในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากัน
รอยเตอร์สรายงานสถานการณ์เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐว่า หลังนับคะแนนผ่านไปครึ่งวัน พรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะถล่มทลายทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร โดยคะแนนเลือกตั้ง ณ เวลา 13.15 น. ตามเวลาไทย พรรคเดโมแครตคว้าเก้าอี้สมาชิกวุฒิสภาไปได้ 54 ที่นั่ง ขณะที่พรรครีพับลิกันได้เก้าอี้ 43 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่งและสำหรับสภาผู้แทนราษฎร พรรคเดโมเครตได้คะแนนไป 228 ที่นั่งและพรรครีพับลิกันได้ 139 จากทั้งหมด 435 ที่นั่ง หมายความว่าพรรดใดได้เก้าอี้มากกว่า 218 ที่นั่ง จะครองเสียงข้างมากในสภาฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเดโมแครตยังคว้าที่นั่งในรัฐที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรครีพับลิกัน และถือเป็นพื้นที่ที่อุดมการณ์อนุรักษนิยมมีอิทธิพล รวมถึงเซาท์แคโรไลนา เท็กซัสและไอโอวามาได้ ทั้งนี้ ชัยชนะของพรรคเดโมแครตสะท้อนความไม่พอใจของพลเมืองอเมริกันต่อการบริหารงานเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ และการตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น ส่วนในรัฐโอไฮโอ เชอร์รอด บราวน์ จากพรรคเดโมแครตคว้าที่นั่ง ซึ่งเคยเป็นของนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อ 2 ปีก่อน
ได้สำเร็จ ขณะที่รัฐเท็กซัส เจมส์ ทาลาริโก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับรัฐจากพรรคเดโมแครตคะแนนมากกว่าเคน แพกซ์ตัน อัยการสูงสุดของรัฐ ซึ่งพัวพันเรื่องอื้อฉาวหลายกรณีได้สำเร็จ
โดยรวมแล้ว พรรคเดโมแครตสามารถพลิกคว้าที่นั่งวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันได้ถึง 6 ที่นั่ง ทำให้พรรคมีเสียงข้างมากในวุฒิสภาเป็นที่แน่นอนแล้ว แม้ไม่สามารถรักษาที่นั่งของตนเองในรัฐมิชิแกนและมินนิโซตา พื้นที่แข่งขันสูงไว้ได้ก็ตาม นอกจากนี้ พรรคเดโมแครตยังมีแนวโน้มคุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ หลังพลิกคว้าที่นั่งจากพรรครีพับลิกันได้อย่างน้อย 8 ที่นั่ง ในรัฐต่างๆ เช่น เคนทักกี นิวเจอร์ซีย์ และนอร์ทแคโรไลนา
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าขณะที่คะแนนของพรรครีพับลิกันทิ้งห่างพรรคเดโมแครตมาก ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ผมไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าผมลงสมัคร เราคงชนะอย่างแลนด์สไลด์! ขอบคุณสำหรับความสนใจ”
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังให้สัมภาษณ์สื่อใหญ่ของสหรัฐ อย่าง The New York Times และสถานีโทรทัศน์ Fox News เขายอมรับผลการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ ที่พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ และยอมรับว่าพรรคเดโมแครตทำผลงานได้ดี แต่ก็ประหลาดใจกับผลเลือกตั้งที่ออกมา ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า จะทำงานร่วมกับพรรคเดโมแครตและหาทางออกร่วมกันได้ และยืนยันว่าจะไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งครั้งนี้
ทรัมป์กล่าวยอมรับด้วยว่า ประเด็นอิหร่านมีส่วนสำคัญที่ทำให้พรรครีพับลิกันแพ้เลือกตั้งครั้งนี้ ความขัดแย้งกับอิหร่านส่งผลกระทบต่อผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน ส่วนที่พรรคเดโมแครตขึ้นมากุมเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ทำให้พรรคเดโมแครตท้าทายวาระทางนิติบัญญัติของทรัมป์ได้ โดยเสนอร่างกฎหมายที่เขาเห็นว่า ไร้เหตุผลมาให้ลงนาม เขาจะใช้สิทธิวีโต้ยับยั้งร่างกฎหมายเหล่านั้น
รอยเตอร์สยังรายงานบรรยากาศการซื้อขายตลาดหุ้นเอเชีย หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ปรับตัวลดลงทั่วทั้งภูมิภาค เช่นเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลดลง กดดันให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงตามไปด้วย ส่วนดัชนีฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงอย่างหนัก ก่อนเริ่มฟื้นตัวและลดช่วงการปรับตัวลงในเวลาต่อมา
นายกฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการและนักวิเคราะห์อิสระชาวไทย ซึ่งพำนักอยู่ที่รัฐจอร์เจีย สหรัฐฯ เปิดเผยหลังการนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026 ที่พรรคเดโมแครตได้คะแนนเสียงในสภาผู้แทนฯและวุฒิสภาชนะพรรครีพับลิกันว่า สำนักข่าวใหญ่แทบทุกแห่งออกมายืนยันแล้ว ในการเลือกตั้งสหรัฐฯครั้งนี้ ผลการเลือกตั้ง ทั้งสภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) และ วุฒิสภา (สภาสูง)เปลี่ยนไปอยู่ในมือของพรรคเดโมแครต แน่นอนแล้ว รอแค่ประกาศผลเป็นทางการ ส่วนชัยชนะครั้งนี้จะเป็นแค่ “กระแสสีน้ำเงิน” หรือพัดแรงถึงขั้น“สึนามิสีน้ำเงิน” ต้องรอดูผลการนับคะแนนเต็มๆ อีกครั้ง
นายกฤษฎามองว่า ผลการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ เป็นเรื่องดีของคนทั่วโลกเพราะที่ผ่านมาอำนาจของทำเนียบขาวมีมากเกินไป การที่มีตัวแทนของประชาชนเข้ามาช่วยตรวจสอบและคานอำนาจในอีก 2 ปีต่อจากนี้ จึงเป็นเรื่องจำเป็นมาก เสียงของชาวอเมริกันวันนี้ชัดเจนแล้วว่า พวกเขาเห็นตรงกับคนส่วนใหญ่ทั่วโลกว่าผู้นำสหรัฐฯ กำลังนำพาประเทศและโลกไปผิดทาง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

