อินเดีย สั่ง Google ปิดบัญชี Firebase หลังแก๊งมิจฉาชีพใช้สวมรอยเป็นธนาคารปลอม

วันนี้ 21 สิงหาคม 2026 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการอินเดียได้สั่งการให้ Google ดำเนินการปิดบัญชีผู้ใช้หลายร้อยบัญชีบน Firebase แพลตฟอร์มพัฒนาแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ หลังจากพบว่ากลุ่มอาชญากรไซเบอร์ใช้บริการดังกล่าวในทางที่ผิด เพื่อแอบอ้างเป็นธนาคารขนาดใหญ่และหลอกลวงประชาชน
ปัญหาการฉ้อโกงทางออนไลน์ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านการบังคับกฎหมายที่เร่งด่วนที่สุดของอินเดีย โดยข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า ในปี 2025 ชาวอินเดียสูญเสียเงินไปเกือบ 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการฉ้อโกงทางไซเบอร์ แม้ว่ารัฐบาลจะกวาดล้างและสั่งปิดเว็บไซต์ของกลุ่มมิจฉาชีพมาอย่างต่อเนื่อง แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบ "รูปแบบใหม่" ที่แก๊งอาชญากรหันมาใช้ Firebase เครื่องมือพัฒนาของ Google ซึ่งมีผู้ใช้งานหลายล้านคนทั่วโลก

ศูนย์ประสานงานอาชญากรรมไซเบอร์ของอินเดีย (I4C) ได้สั่งให้ปิดเว็บไซต์และฐานข้อมูลอย่างน้อย 57 แห่งที่โฮสต์อยู่บน Firebase ภายในเดือนสิงหาคมนี้เพียงเดือนเดียว เนื่องจากถูกใช้เพื่อเผยแพร่มัลแวร์และขโมยข้อมูลทางการเงินสำคัญจากโทรศัพท์ของเหยื่อ ตามรายงาน 3 ฉบับที่ส่งถึง Google และได้รับการตรวจสอบโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวไม่ได้ระบุว่า Google หรือ Firebase มีส่วนรับผิดชอบ แต่ Google อาจต้องรับผิดชอบต่อลิงก์ที่เป็นปัญหา หากไม่ถูกลบภายในสามชั่วโมงหลังได้รับแจ้งเตือน
I4C ระบุในประกาศที่ส่งถึง Google เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมว่า โปรแกรมมัลแวร์บนระบบแอนดรอยด์กำลังปลอมตัวเป็นบริการธนาคารที่ถูกกฎหมาย มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้แอนดรอยด์ที่มีบัตรเครดิต โดยล่อลวงด้วยข้อเสนอโปรโมชั่น เช่น บัตรเครดิตใหม่ การแลกรางวัล หรือการเพิ่มวงเงินเครดิต โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีการแจ้งเตือนลักษณะดังกล่าวส่งไปยัง Google ผ่าน Firebase เป็นจำนวนหลายสิบรายการ
ด้าน Google ภายใต้บริษัทแม่ Alphabet (GOOGL.O) ออกแถลงการณ์ว่า บริษัทมีนโยบายที่เข้มงวดในการห้ามใช้บริการเพื่อการหลอกลวงทางอีเมล มัลแวร์ หรือการฉ้อโกงทางการเงิน และกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย รวมถึง I4C เพื่อประเมินและดำเนินการตามคำแจ้งเตือน ขณะที่กระทรวงมหาดไทยของอินเดียซึ่งควบคุมดูแล I4C ยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ

Firebase เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจคลาวด์ของ Google ซึ่งสร้างรายได้เกือบ 25 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด รัฐบาลอินเดียประเมินว่าตั้งแต่ปีที่แล้ว กลุ่มมิจฉาชีพได้ย้ายฐานจากการใช้เครื่องมือฟรีอื่นๆ มายัง Firebase เนื่องจากมีตัวเลือกฟรีและคุณสมบัติฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า
การพุ่งเป้าดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางระบบนิเวศการชำระเงินดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็วของอินเดีย โดยในรอบปีสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 มีการทำธุรกรรมดิจิทัลผ่านระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์เกือบ 242 พันล้านรายการ กลายเป็นหนึ่งในตลาดการชำระเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จากการตรวจสอบประกาศของรัฐบาล 3 ฉบับที่ I4C ส่งถึง Google ผ่านฐานข้อมูล Lumen พบว่า จากเว็บไซต์และฐานข้อมูล 57 แห่งที่ถูกขอให้ลบ มี 7 แห่งที่เป็นหน้าเว็บฟิชชิ่งเลียนแบบธนาคารชั้นนำ ได้แก่ ธนาคารแห่งรัฐอินเดีย (State Bank of India), ธนาคารไอซีไอซีไอ (ICICI Bank) และธนาคารแอ็กซิส (Axis Bank) ส่วนที่เหลือเป็นเว็บไซต์สำหรับเก็บข้อมูลที่ขโมยมาจากโทรศัพท์ของเหยื่อ เช่น ข้อมูลบัตรเครดิตและรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) โดยธนาคารทั้งสามแห่งยังไม่ได้ตอบคำถามจากสำนักข่าวรอยเตอร์
กลโกงดังกล่าวใช้วิธีหลอกให้เหยื่อติดตั้งแอปพลิเคชันที่ปลอมเป็นบริการธนาคาร หรือแม้แต่การอ้างโครงการ "PM-KISAN" ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาลกลางที่จ่ายเงินให้เกษตรกรรายย่อยประมาณ 2,000 รูปีอินเดีย (ประมาณ 21 ดอลลาร์สหรัฐ) ทุกๆ สี่เดือน โดยเว็บไซต์ปลอมจะอ้างว่าช่วยให้ผู้รับเงินสามารถดาวน์โหลดแอปมารับเงินได้
เมื่อเหยื่อดาวน์โหลด แอปจะส่งข้อมูลผู้ใช้ไปยังฐานข้อมูล Firebase ของมิจฉาชีพ ส่งผลให้โทรศัพท์ถูกแฮ็กและมิจฉาชีพสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันอื่นๆ ในเครื่องเพื่อฉ้อโกงเงินได้
รัฐบาลอินเดียเคยออกคำเตือนสาธารณะเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาถึงมัลแวร์ลักษณะนี้ ซึ่งนักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เรียกว่า "Android God Mode" เนื่องจากมีความสามารถในการควบคุมโทรศัพท์ของผู้เสียหายได้อย่างเกือบสมบูรณ์ผ่านแอปพลิเคชันอันตรายที่ปลอมตัวเป็นบริการทางการธนาคาร หน่วยงานรัฐ และสาธารณูปโภค
ขอขอบคุณข้อมูลจาก reuters.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

