อิหร่าน เมินโดนคว่ำบาตรครั้งใหญ่ ลั่นสหรัฐดีแต่พูดไร้สาระ ด่า ทรัมป์ โง่ปมอาวุธนิวเคลียร์

24 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พลตรีโมห์เซน เรซาอี (Mohsen Rezaee) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งเขาคือบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในอิหร่าน ได้ออกมากล่าวว่า การกดดันทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของสหรัฐฯ ที่กระทำต่ออิหร่านนั้นจะล้มเหลว ซึ่งเป็นสัญญาณเพิ่มเติมว่า ผู้นำอิหร่าน ไม่ยอมประนีประนอมแม้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะทวีความรุนแรงขึ้นก็ตาม "ทั่วโลกตระหนักแล้วว่า คำโอ้อวดของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้นเป็นเพียงคำพูดที่ไร้สาระ"
ถ้อยคำแถลงการณ์ ของ พลตรีโมห์เซน เรซาอี เป็นอีกหนึ่งข้อบ่งชี้ถึงการควบคุมที่กลุ่มหัวแข็งที่รัฐบาลเตหะรานใช้ และ ความพร้อมที่เพิ่มขึ้นในการใช้ท่าทีที่ก้าวร้าวมากขึ้น โดยเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินสงคราม ในการทูต และในกิจการทางการเมืองและสังคม และความสามารถใหม่ๆ จะถูกนำมาใช้
พลตรีโมห์เซน เรซาอี ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ พร้อมกล่าวเสริมว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามพันธสัญญา จากข้อมูลการขนส่งชี้ให้เห็นว่าน้ำมันดิบจำนวนมากขึ้นกำลังออกจากอ่าวเปอร์เซียผ่านเส้นทางใต้ใกล้ชายฝั่งโอมาน ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจต่อรองที่อิหร่านใช้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
โดยในการออกมาแถลงการณ์ในครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งใหม่นี้ 'พลตรีโมห์เซน เรซาอี' อ้างว่าการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ ได้กระตุ้นให้ประเทศต่างๆ แสวงหาการป้องกันตนเองด้วยการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ เขากล่าวว่า "ความโง่เขลาของทรัมป์ในการโจมตีอิหร่านได้เพิ่มความปรารถนาของผู้คนทั่วโลกที่จะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่พวกเขาเห็นว่าการเป็นสมาชิกขององค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และ สนธิสัญญาไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ (NCP) ไม่ได้ช่วยป้องกันการโจมตีจากสหรัฐฯ เลย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

