จีนประณามสหรัฐฯ มาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน-ชาติคู่ค้า ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

26 สิงหาคม 2569 จากกรณีที่ สหรัฐฯ ได้ออกประกาศขยายมาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่านขั้นทุติยภูมิ (Secondary Sanctions) โดยนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ว่า สหรัฐฯ หวังให้มาตรการนี้ "ตัดทุกเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจ" ที่ค้ำจุนเหนือประเทศอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อมอบคำเตือนครั้งสุดท้ายแก่ประเทศต่างๆ ให้ตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่าน มิเช่นนั้น บริษัทและองค์กรสำคัญของพวกเขาอาจถูกตัดขาดจากระบบการเงินที่ใช้สกุลเงินดอลลาร์
ความคืบหน้าล่าสุด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อสิ่งที่เรียกว่า "มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย" และจะใช้ "มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด" เพื่อปกป้องสิทธิของตน
โดยความร่วมมือระหว่างจีนและอิหร่านดำเนินไปภายใต้กรอบของกฎหมายระหว่างประเทศเสมอมา และไม่ควรมีการแทรกแซงหรือขัดขวาง โดยจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดในการซื้อน้ำมันจากอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ 'สกอตต์ เบสเซนต์' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตือนว่า สถาบันการเงินและธุรกิจต่างชาติที่ยังติดต่อกับอิหร่านจะถูกโดดเดี่ยว โดยครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่บุคคล เครือข่าย และเรือเกือบ 60 รายการ และเน้นย้ำว่าไม่มีใครอยู่เหนือมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

การประกาศมาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ของสหรัฐฯ เกิดขึ้นก่อนการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งสหรัฐฯ อาจต้องระวังการเอาคืนจากจีน โดยเฉพาะการคุมเข้มการส่งออก "แร่หายาก" (Rare Earths) ที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ
การตอบโต้ของจีนเกิดขึ้นหลังจากที่ อาลี มาดานิซาเดห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลเตหะราน พร้อมรับมือกับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ แน่นอนว่าสหรัฐฯ ตั้งใจจะโจมตีเราด้วยการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ แต่เราก็มีเครื่องมือของเราเองและรู้วิธีรับมือ
รัฐบาลวอชิงตัน ไม่ควรคาดหวังว่า 'อิหร่าน' จะเป็นฝ่ายตั้งรับและป้องกันตนเองเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต อีกทั้งเขายังกล่าวอีกว่า ทั้ง 'จีน' และ 'รัสเซีย' ต่าง "ไม่ยอมรับ" มาตรการของสหรัฐฯ และคาดการณ์ว่าประเทศอื่นๆ จะต่อต้านมาตรการเหล่านั้นด้วย ซึ่งเขากล่าวว่าจะนำไปสู่ "ความพ่ายแพ้อีกครั้ง" สำหรับสหรัฐฯ
บรรดานักวิเคราะห์ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการล่าสุดนี้ของสหรัฐฯ ระบุว่า ผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากพลังงานของอิหร่านนั้น "ค่อนข้างน้อยนิด เราคาดว่ามาตรการใหม่นี้จะมีผลกระทบโดยตรงต่อการไหลเวียนของพลังงานในอิหร่านในระยะสั้นเพียงจำกัดเท่านั้น
สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้ำมันของอิหร่านประมาณ 90% ส่งออกไปยังจีน "ซึ่งไม่ยอมรับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ในอดีต และไม่น่าจะยอมจำนนในครั้งนี้เช่นกัน" อีกทั้งประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่าน อาทิ ปากีสถาน ตุรกี อิรัก ก็ยากที่จะตัดความสัมพันธ์กับอิหร่านได้อย่างจริงจัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

