กัมพูชาคุยโว ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์กว่า 700 แห่งทั่วประเทศ

กัมพูชาเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงทางออนไลน์ครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลเปิดเผยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ว่า ตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ทางการสามารถปิดศูนย์หลอกลวงออนไลน์ หรือ ไซเบอร์สแกม ได้มากกว่า 700 แห่ง พร้อมจับกุมผู้ต้องสงสัยเกือบ 30,000 คน ในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายรวมอยู่ด้วย
รัฐบาลกัมพูชาระบุว่า ศูนย์หลอกลวงออนไลน์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งใช้กลวิธีหลอกลวงหลากหลายรูปแบบ ทั้งการสร้างความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกปลอม การหลอกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล และการฉ้อโกงทางออนไลน์ เพื่อหลอกเอาทรัพย์สินจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก
กัมพูชาถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมไซเบอร์สแกมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผู้ที่ทำงานในเครือข่ายเหล่านี้มีทั้งผู้ที่เข้าร่วมโดยสมัครใจและผู้ที่ถูกหลอกลวงหรือค้ามนุษย์ให้เข้ามาทำงาน
ภายใต้แรงกดดันจากหลายประเทศ โดยเฉพาะ สหรัฐฯ และจีน ทางการกัมพูชาจึงเพิ่มมาตรการปราบปรามเครือข่ายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
แถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชาระบุว่า ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการกับศูนย์หลอกลวงมากกว่า 700 แห่ง และ เนรเทศชาวต่างชาติออกจากประเทศแล้ว 58,266 คน
ขณะเดียวกัน มีผู้ต้องสงสัยมากกว่า 3,400 คนจาก 29 สัญชาติ ถูกควบคุมตัวเพื่อรอการพิจารณาคดี โดยในจำนวนนี้มีพลเมืองจากจีน เวียดนาม ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และ ไทย รวมอยู่ด้วย
รัฐบาลกัมพูชายังระบุว่า จากผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมเกือบ 30,000 คน มี เจ้าหน้าที่ระดับสูงและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย 15 คน รวมอยู่ด้วย
แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถปิดศูนย์ขนาดใหญ่ได้เป็นจำนวนมาก แต่รัฐบาลกัมพูชายอมรับว่าเครือข่ายอาชญากรรมได้ปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม โดยหันไปดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ขนาดเล็กและกระจายตัวมากขึ้น
สถานที่ที่ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการมีตั้งแต่ เกสต์เฮาส์ คอนโดมิเนียม บ้านเช่า รถยนต์ ไปจนถึงร้านกาแฟ ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและติดตามเครือข่ายได้ยากขึ้น
ก่อนหน้านี้ ในเดือนมกราคม กัมพูชาได้ส่งตัว เฉิน จื้อ (Chen Zhi) ประธานบริษัท Prince Holding Group ซึ่งเกิดในจีน กลับไปยังจีน หลังถูกสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรคว่ำบาตร โดยเขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลวงขนาดใหญ่
ต่อมาในเดือนเมษายน กัมพูชายังส่งตัว หลี่ สยง (Li Xiong) อดีตประธานบริษัท Huione Group กลับไปยังจีน โดยรัฐบาลจีนกล่าวหาว่าเขามีบทบาทสำคัญในเครือข่ายการพนันและการฉ้อโกงข้ามชาติขนาดใหญ่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

