เร่งค้นหาผู้รอดชีวิต อินโดนีเซียเซ่นแผ่นดินไหว 7.7 ดับ 47 ศพ


ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงานค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติประสบความล่าช้าจากปัญหาดินถล่มที่ปิดกั้นเส้นทางสัญจรในพื้นที่ภูเขา อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าประชาชนอย่างน้อย 2,000 คนอพยพออกจากพื้นที่ด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองมาอูเมเรและนาเกเคียว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวมากที่สุด ผู้รอดชีวิตกำลังเตรียมตัวใช้คืนแรกในศูนย์พักพิงชั่วคราว ขณะที่ทีมกู้ภัยยังไม่สามารถเดินทางไปถึงเมืองนาเกเคียวได้ เนื่องจากดินถล่มปิดเส้นทางและทำให้ระบบสื่อสารขัดข้อง อย่างไรก็ดี รัฐบาลอินโดนีเซียได้ส่งถุงยังชีพรวมกว่า 275 ตันเข้าช่วยเหลือแล้ว
ในช่วงแรกหลังเกิดภัยพิบัติ ทางหน่วยงานอุตุนิยมวิทยา ภูมิอากาศวิทยา และธรณีฟิสิกส์อินโดนีเซีย ได้ออกประกาศเตือนภัยสึนามิหลังจากระดับน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ได้ยกเลิกการประกาศเตือนภัยในอีก 3 ชั่วโมงต่อมา ทว่าเจ้าหน้าที่ยังคงประกาศเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการกลับเข้าไปในอาคาร เนื่องจากมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นตามมาแล้วหลายสิบครั้ง โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดวัดได้ถึงขนาด 6.1

ส่วนปฏิบัติการกู้ภัยเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4 ในจังหวัดชิโก ทางตะวันตกของโคลอมเบีย ตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้ว (10 ส.ค.) ล่าสุด หัวหน้าทีมดับเพลิงเมืองกาลี หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวมากที่สุดยอมรับว่า เหลือพื้นที่เพียงจุดเดียวเท่านั้นที่ยังส่งสัญญาณว่าอาจมีชีวิตอยู่ ขณะที่จุดอื่น ๆ ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระยะกู้ร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดแล้ว ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการพุ่งสูงขึ้นเป็นอย่างน้อย 294 ราย บาดเจ็บเกือบ 4,000 คน และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 320 คน กว่า 2 ใน 3 ของผู้เสียชีวิตกระจุกตัวอยู่ในเมืองกาลี ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของประเทศ และเมืองเปเรย์รา ในภูมิภาคปลูกกาแฟ บ้านเรือนถูกทำลายไปแล้วกว่า 9,215 หลัง เสียหายอีกกว่า 45,000 หลัง และมีสิ่งปลูกสร้างพังถล่มลงมาอย่างน้อย 140 แห่ง รวมถึงโรงเรียน โบสถ์ และโรงพยาบาล ชาวบ้านหลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัยและออกมานอนตามเสื่อหรือเต็นท์ในศูนย์พักพิงชั่วคราวตามสวนสาธารณะ ซึ่งกำลังขาดแคลนเครื่องนอน ผ้าห่ม อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขอนามัยอย่างหนัก ขณะที่ต้องเผชิญอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นตามมากว่า 270 ครั้ง สร้างความเสี่ยงสูงต่ออาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ที่กำลังรื้อถอนซากปรักหักพัง

