เนปาลระงับการค้นหาแล้ว หลังหิมะถล่มกวาด 16 คนสูญหาย กู้ร่างแล้ว 4 ราย

เนปาลต้องระงับปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย หลังเกิดเหตุหิมะถล่มครั้งใหญ่บริเวณเบสแคมป์ของยอดเขาหิมลุง ในเทือกเขาหิมาลัย เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (27 ก.ย.) ส่งผลให้มีผู้สูญหาย 16 คน โดยเจ้าหน้าที่สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว 4 ราย ขณะที่อีก 12 คนยังไม่ทราบชะตากรรม ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายและหิมะจำนวนมาก
สมาคมมัคคุเทศก์ภูเขาแห่งชาติเนปาล เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 กันยายนว่า สภาพพื้นที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการค้นหา โดย ตูล สิงห์ กูรุง ประธานสมาคมฯ ระบุว่า สถานการณ์ในพื้นที่มีความท้าทายอย่างมาก จึงจำเป็นต้องระงับการค้นหาไว้ชั่วคราว
เหตุหิมะถล่มเกิดขึ้นบริเวณเบสแคมป์ของยอดเขาหิมลุง ซึ่งมีความสูง 7,126 เมตร และตั้งอยู่ใกล้ชายแดนจีน โดยผู้สูญหายทั้งหมด 12 คนที่ยังไม่พบร่าง เป็นแรงงานชาวเนปาลที่กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับคณะนักปีนเขาที่จะเดินทางมาพิชิตยอดเขาในช่วงต่อไป
ด้าน มิงมา จี เชอร์ปา หัวหน้าทีมกู้ภัย เปิดเผยว่า มีความหวังไม่มากนักที่จะพบผู้สูญหายทั้ง 12 คนยังมีชีวิตอยู่ หลังพิจารณาจากสภาพร่างผู้เสียชีวิตที่กู้ขึ้นมาได้ พร้อมระบุว่าหิมะถล่มมีขนาดใหญ่มาก และทีมกู้ภัยอาจกลับเข้าไปค้นหาอีกครั้งเมื่อหิมะละลายลงบางส่วน
ทีมค้นหา 8 คนเดินทางถึงเบสแคมป์เมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ ก่อนเริ่มขุดค้นผ่านชั้นหิมะที่มีความหนามากกว่า 4 เมตร โดยพบว่าเต็นท์จำนวนมากถูกหิมะฝังจนมิด เบื้องต้นสามารถกู้ร่างมัคคุเทศก์ภูเขา 2 คนได้เมื่อวันอาทิตย์ ก่อนพบร่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายครัวอีก 2 คนในวันจันทร์
เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกจับตาว่าอาจกลายเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมจากการปีนเขาครั้งรุนแรงที่สุดของเนปาลในรอบกว่าทศวรรษ โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2557 เกิดหิมะถล่มบนยอดเขาเอเวอเรสต์ คร่าชีวิตผู้คน 16 คน ขณะที่ปี 2558 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตบนเอเวอเรสต์ 18 คน
ขณะเดียวกัน เนปาลยังคงเผชิญสถานการณ์ภัยพิบัติหลายพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ยังค้นหาร่างผู้สูญหายจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดจากการพังทลายของธารน้ำแข็งบนภูเขาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 คน และสูญหายกว่า 6,000 คน
นอกจากนี้ ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 คน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

