พม่าสั่งจัดทัพ ป้อง‘เนปิดอว์’ ฝ่ายต้านรุกคืบ

พม่าสั่งจัดทัพ
ป้อง‘เนปิดอว์’
ฝ่ายต้านรุกคืบ
ยึดเมืองหลวง
ทหารพม่าจัดตั้งกองบัญชาการทัพภาคที่เมืองลอยก่อว์ เมืองหลวงรัฐคาเรนนี เพื่อตรียมการป้องกันเมืองหลวงเนปิดอว์ หลังฝ่ายต่อต้านทั้งรัฐบาลเงาNUG และชนกลุ่มน้อยสารพัดกลุ่มผนึกกำลังพุ่งเป้ายึดเมืองหลวงหลักทางทหารของพม่าที่ถูกรุกคืบเข้าใกล้อย่างน่าเป็นห่วง ด้านปธ.สภาฯท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนออกโรงสยบข่าวชสายแดนลุกเป็นไฟ ยันสถานการณ์การสู้รบยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 แหล่งข่าวผู้นำระดับสูงของ กองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี Karenni Army (KA ) เปิดเผยว่า กรณีที่กองทัพบกเมียนมาได้มีการจัดตั้งกองบัญชาการทัพภาคตะวันออกกลาง จากเมืองโขหลำ รัฐฉาน มาตั้งที่เมืองลอยก่อว์ เมืองหลวงของรัฐคาเรนนี สาเหตุหลักคือ เมืองลอยก่อว์ เป็นเมืองที่เป็นทางผ่านของ กองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี และแนวร่วม PDF ภายใต้การบัญชาการของรัฐบาลเงา NUG และรวมไปถึง กองกำลังติดอาวุธต่าง ๆ อาทิ กะเหรี่ยงอิสระ KNU , กองกำลังปาโอ พันธมิตรคาเรนนี และ กองทัพอารกันAAรวมไปถึงกลุ่มอื่นๆในรัฐฉาน ที่พุ่งเป้าหมายไปที่เมืองหลวง เนปีดอว์ ของรัฐบาลเมียนมา
ทั้งนี้ในห้วงปีที่ผ่านมา ได้มีกองกำลังติดอาวุธกลุ่ม ต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น สามารถเคลื่อนไหวใกล้เมืองเนปีดอว์ เมืองหลวงของพม่า ได้อย่างสะดวก และสามารถทำลาย อากาศยานและสนามบินหลักในเมืองเนปีดอว์ ได้อย่างง่ายดาย ทำให้รัฐบาลทหารพม่าหวั่นวิตกอย่างหนักจนต้องมีการจัดทัพปรับแผนอย่างเร่งด่วน
ทางด้านกองทัพคาเรนนี ในปัจจุบัน ได้มีการเสริมกำลังทหาร เข้าสู่ชานเมืองลอยก่อว์ อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะถูกสกัดกั้นจากทหารพม่า ด้วยการใช้โดรนสอดแนมบินลาดตระเวนทั้งกลางวันและกลางคืน รวมไปถึงใช้โดรนและอากาศยาน โจมตีเป้าหมายที่เป็นทหารคาเรนนี ในขณะเคลื่อนกำลัง รวมไปถึงโจมตีที่ตั้งพลเรือนเพื่อป้องกันทหารกะเหรี่ยงคาเรนนี เข้าไปอาศัยกับประชาชน โดยในห้วงต้นเดือนตุลาคม 2569 กองทัพอากาศพม่าได้มีการโจมตีเพิ่มอย่างผิดปกติ
อย่างไรก็ตามในพื้นที่รัฐคาเรนนี ในเมืองใหญ่ ๆ อาทิ บอลาแคะ , ผาซอง , ดีมอโซว์ , ฟลูโซว์ ยังคงมีทหารพม่าตั้งค่ายอยู่ในเมืองดังกล่าว แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวกำลังออกนอกค่ายได้ เนื่องจากถูกกองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี ใช้กำลังเกาะติดและกดดันอย่างต่อเนื่อง และทหารพม่าเหล่านั้น อาศัยการส่งกำลังบำรุงทางอากาศเพื่อการอยู่รอด ซึ่งก็มีหลายครั้งที่ ทหารกะเหรี่ยงคาเรนนีสามารถสกัดกั้นการส่งกำลังบำรุงทางอากาศด้วยการยิงเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินของทหารพม่าตกไปหลายลำ ทหารพม่าจึงมีการส่งเสบียงด้วยการทิ้งจากที่สูงในอากาศเพื่อหลบการยิงของทหารคาเรนนี ทำให้เสบียงส่วนหนึ่งตกในมือของทหารกะเหรี่ยงคาเรนนี
ในส่วนของสถานการณ์ที่จะมีการสู้รบหนักระหว่างทหารพม่ากับทหารคาเรนนีตามแนวชายแดน ในปัจจุบัน ยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากทหารราบของพม่าไม่สามารถเคลื่อนกำลังเข้าสู่ชายแดนแนวด้านที่ติดกับประเทศไทยด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้แต่อย่างใด แต่ก็อาจจะมีการใช้เครื่องบินขับไล่ บินมาทิ้งระเบิดโจมตีค่ายของทหารกะเหรี่ยงคาเรนนี ที่ยึดได้จากพม่าตามแนวชายแดน แต่ก็มีความเป็นไปได้ต่ำเนื่องจากไม่ส่งผลต่อการควบคุมพื้นที่ค่ายต่าง ๆ ของทหารกะเหรี่ยงคาเรนนี
ทั้งนี้ ตั้งแต่มีการปฏิบัติการ 1111 ในเดือนพฤศจิกายน 2566 กองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนีและพันธมิตร รวมไปถึง กองกำลัง PDF ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเงา NUG สามารถยึดพื้นที่ใน รัฐคาเรนนีได้เกือบหมด ไม่ว่าจะเป็นเมืองลอยก่อว์ , ชาดอว์ , มอชีว์ , ดีมอโซว์ , ผาซอง , บอลาแคะ และเมืองโมเบียในรัฐฉาน ต่อมาภายหลังในปี พ.ศ.2569 ทหารพม่าสามารถเข้าควบคุมเมืองลอยก่อว์และโมเบีย ได้อีกครั้ง ส่วนเมืองอื่น ๆ บริเวณโดยรอบอยู่ภายใต้การควบคุมของทหารกะเหรี่ยงคาเรนนีและพันธมิตร
สบยข่าวลือชายแดนปลอดภัย
ทางด้านนายภานุเดช ไชยสกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยถึงกรณีที่มีบางเพจในสื่อสังคมออนไลน์พาดหัวข่าวในลักษณะที่ว่า การสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับชนกลุ่มน้อยในรัฐคาเรนนีและรัฐกะเหรี่ยง ใกล้ชายแดนไทยด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน จะทำให้พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนลุกเป็นไฟ โดยระบุว่า ข่าวสารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและความหวาดกลัวแก่ประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนเดินทางมาเยือนจังหวัดแม่ฮ่องสอน
นายภานุเดช ยืนยันว่า แม้จังหวัดแม่ฮ่องสอนจะมีแนวชายแดนติดกับประเทศเมียนมาความยาวกว่า 483 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่รัฐฉาน รัฐกะเหรี่ยง และรัฐคาเรนนี แต่พื้นที่ท่องเที่ยวยังคงมีความปลอดภัยสูง การปะทะกันระหว่างทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นเฉพาะภายในฝั่งเมียนมา ซึ่งจุดสู้รบอยู่ออกไปไกลหลายสิบถึงหลายร้อยกิโลเมตร และเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมานานหลายปีโดยไม่เคยส่งผลกระทบต่อประชาชนตามแนวชายแดนของไทย
นอกจากนี้ บริเวณจุดผ่อนปรนพิเศษด้านการค้าและการท่องเที่ยวข้ามแดน ด่านบ้านห้วยผึ้ง ซึ่งติดกับรัฐฉาน ก็ยังคงมีการค้าขายและสัญจรตามปกติ ดังนั้น นักท่องเที่ยวจึงสบายใจได้ว่าเหตุการณ์ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจะไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน
นายภานุเดช ยังกล่าวด้วยว่า แม่ฮ่องสอนมีความพร้อมเต็มที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง โดยในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นี้ โดยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัด และสมาคมที่พักร้านอาหารบ้านรักไทย กำหนดจัดพิธีเปิดเทศกาลท่องเที่ยว «ครบรอบ 60 ปี บ้านรักไทย» อย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ ภายในงานจะมีการแสดงท้องถิ่นของชาวจีนยูนนาน การแสดงแสงสีเสียง การจุดพลุอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ถ่ายทอดวิถีชีวิตและวัฒนธรรมผ่านลวดลายไร่ชา เรือ และบ้านดิน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ชมไอหมอกยามเช้าเหนือน้ำ และเรียนรู้วัฒนธรรมจีนยูนนานอันทรงเสน่ห์ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

