ฝรั่งเศสเดือด! โรงเรียนยังปิดกว่า 400 แห่ง หลังตำรวจปะทะม็อบนักเรียนครั้งใหญ่

สถานการณ์การประท้วงในฝรั่งเศสยังคงตึงเครียด หลังโรงเรียนมัธยมปลายหลายร้อยแห่งเตรียมปิดการเรียนการสอนต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง ท่ามกลางการประท้วงของนักเรียนที่เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาโรงเรียนและห้องเรียนที่ทรุดโทรม ความแออัดของนักเรียน รวมถึงปัญหาขาดแคลนครู ขณะที่สหภาพนักเรียนเตรียมจัดการชุมนุมทั่วประเทศครั้งใหญ่ในวันอังคาร
เอดูอาร์ เกฟเรย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการฝรั่งเศส เปิดเผยว่า คาดว่าจะมีโรงเรียนมัธยมปลายประมาณ 400-500 แห่ง จากทั้งหมดราว 3,700 แห่งทั่วประเทศ ที่ปิดทั้งหมดหรือเปิดการเรียนการสอนเพียงบางส่วนในวันจันทร์ โดยการประท้วงเริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในชานกรุงปารีส จากปัญหาขาดแคลนครู ก่อนลุกลามไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อมีรายงานเหตุปะทะระหว่างตำรวจและนักเรียนในเมืองลีลล์ ทางตอนเหนือของประเทศ ขณะที่เมืองตูลูสทางตะวันตกเฉียงใต้มีการใช้แก๊สน้ำตา และในกรุงปารีสเกิดเหตุผู้ประท้วงพยายามบุกเข้าโรงเรียน ก่อนมีการจุดไฟบริเวณทางเข้า
กาโรล แซร์บิบ ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวอเกอแลง ในเขตที่ 13 ของกรุงปารีส เปิดเผยว่า โรงเรียนถูกกลุ่มคนสวมฮู้ดและหน้ากากบุกโจมตี โดยพยายามพังประตูทางเข้า ก่อนจุดไฟเผา อย่างไรก็ตาม ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถเข้าระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว โรงเรียนถูกอพยพและต้องระงับการเรียนการสอน
แซร์บิบระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที พร้อมยืนยันว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่นักเรียนของโรงเรียน ขณะที่เธอแสดงความกังวลต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักเรียนซึ่งต้องเห็นเหตุการณ์ความรุนแรง

นับตั้งแต่เริ่มการประท้วงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ถูกจับกุมทั่วประเทศประมาณ 5,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคน นอกจากนี้ยังมีรายงานครูและประชาชนถูกทำร้าย ขณะที่ความเสียหายต่อทรัพย์สินถูกประเมินว่าอยู่ที่หลายสิบล้านยูโร
ม็อด เบรฌง โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส กล่าวว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกของรัฐบาลคือการฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการระบุว่า มีโรงเรียน 24 แห่งถูกเผาหรือถูกบุกรุกทำลาย และบุคลากรทางการศึกษา 78 คนได้รับบาดเจ็บนับตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้น
รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมเร่งผลักดันร่างกฎหมายเข้าสู่รัฐสภาในวันที่ 27 ตุลาคม เพื่อให้ผู้ที่ถูกพบว่าทำลายทรัพย์สินระหว่างการประท้วงต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทางการเงิน


