ไทย ฟาดหน้า เขมร กลางเวทีโลก ปัดข้อหายึดครอง ย้ำชัดป้องกันตัวจากรังโจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์

จากกรณีที่กัมพูชาเปิดฉากยิงข้ามชายแดนเข้ามาก่อน ทำให้ทหารไทยจำเป็นต้องยิบตอบโต้กลับไปไหน เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ .2568 ที่จังหวัดศรีสะเกษ และบานปลายลุกลามไปยังหลายจุดในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา จนเกิดการปะทะกันหลายครั้ง และทางฝั่งกองทัพกัมพูชาพยายามรุกล้ำอธิปไตยของไทยเข้ามาโดยตลอด และในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568 การประชุม GBC ก็เริ่มขึ้น โดยบรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด ก่อนที่การประชุมได้เสร็จสิ้นลงแล้วเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ของวัน และการหยุดยิงเกิดขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568
วันนี้ 7 ตุลาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก MOD Update เป็นเฟซบุ๊กที่แชร์ข่าวสารอย่างเป็นทางการของหน่วยงานรัฐและนโยบายด้านความมั่นคง มีผู้ติดตาม 330 คน โพสต์เกี่ยวกับการที่ประเทศไทยใช้สิทธิตอบโต้ใน HRC63 ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีกัมพูชารุกล้ำดินแดน ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการยึดครอง และย้ำหลักฐานเกี่ยวกับศูนย์หลอกลวงออนไลน์ ด้วยข้อความทั้งหมดว่า "เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เอกอัครราชทูต รองผู้แทนถาวรฯ ปรารถนา ดิษยทัต อุปทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ใช้สิทธิตอบโต้ (Right of Reply) ต่อถ้อยแถลงของกัมพูชา ในระหว่างการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 63 ช่วงการหารือกับผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา

ไทยย้ำว่าไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นความขัดแย้ง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชาวกัมพูชาที่ยังคงพำนักอยู่ในพื้นที่ภายใต้ดินแดนไทย และปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการยึดครอง โดยยืนยันว่ามาตรการด้านความมั่นคงชั่วคราวของไทยสอดคล้องกับข้อตกลงหยุดยิง และไม่กระทบต่อกระบวนการปักปันเขตแดนภายใต้กลไกทวิภาคี
ไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าใช้ประเด็นการหลอกลวงออนไลน์เป็นข้ออ้างในการรุกล้ำดินแดน โดยระบุว่าการดำเนินการของไทยเป็นการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองจากการโจมตีด้วยอาวุธจากพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ และภายหลังพบหลักฐานของศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับการบันทึกและรายงานโดยสื่อระหว่างประเทศอิสระหลายแห่ง
ไทยยืนยันความยึดมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิง โดยเห็นว่าสันติภาพที่ยั่งยืนต้องอาศัยการปฏิบัติตามพันธกรณีอย่างจริงใจและครบถ้วน การลดความตึงเครียด การฟื้นฟูความไว้วางใจ และการหารือต่อไปผ่านกลไกทวิภาคี
#TruthFromThailand"


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก MOD Update
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

