ซัด ไอเดียสุริยะ ทุ่ม8พันล้านซื้อรถเกี่ยวข้าวEV ได้แค่500คันไม่คุ้ม ปัญหาเยอะ ชี้ช่วยชาวนาแค่1%
12 ตุลาคม 2569 เวลา 08:24 น.

นายสัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ เจ้าของ “เฟรชวิลล์ ฟาร์ม” (Freshville Farm) และแพทท์ การ์เด้น (Patt’ Garden)และอินฟลูเอนเซอร์ด้านการเกษตร โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เตรียมเสนอชงงบกู้รัฐบาลราว 8,000 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อรถแทรกเตอร์และรถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า EV พร้อมระบบโซลาร์เซลล์จำนวนกว่า 500 คัน นำมาให้บริการเกี่ยวข้าวแก่เกษตรกรฟรีเพื่อลดต้นทุน ระบุว่า
ควักแผน 8000ล้าน จะไปซื้อจักรกลการเกษตรและรถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า EV กว่า 500 คัน
ข่าวรัฐมนตรีจะซื้อรถเกึ่ยวข้าว
ผมนั่งคิดจินตนาการถ้ารถเกี่ยวไฟฟ้าจมโคลนกลางนา ในทางฟิสิกส์วิศวกรรมเครื่องจักรจมตมจมโคลนมันคือเรื่องใหญ่มากๆ
โคลนเพิ่มโหลดกำลัง Peak Load แบบมหาศาล เวลาลุยโคลน ตีนตะขาบต้องใช้แรงบิดเค้นแบตเตอรี่อย่างหนัก พลังงานจะสูบหมดเร็วกว่าปกติ 2-3 เท่า
ตัวรถหนักหลายตัน ยิ่งติดแบตเตอรี่ลูกใหญ่รถยิ่งหนัก และยิ่งจมง่ายขึ้นไปอีก
วิบากกรรมแน่ๆตอนแบตฯ หมดกลางโคลน รถเก๋ง EV แบตหมดบนถนนยังมีรถสไลด์มาลากไปสถานีชาร์จ แต่รถเกี่ยวหนักหลายตันจมเลนอยู่กลางทุ่งนา ไม่มีทางลากออกไปหาสถานีชาร์จได้เลย
ต้องยก "สถานีชาร์จเคลื่อนที่" หรือโมบายแบตเตอรี่ดิสชาร์จลงไปชาร์จกลางโคลน ซึ่งอันตรายและแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติจริง
ผมเห็น ระบบไฮบริด ในต่างประเทศ เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ลุยงานหนักมากๆ เขาถึงยังทำได้แค่ระบบไฮบริด ใช้เครื่องยนต์ดีเซลปั่นไฟใส่แบตเตอรี่หรือขับเคลื่อนร่วม เพื่อให้มีน้ำมันไว้เค้นกำลังและไม่ต้องกลัวแบตหมดกลางทุ่ง
การจะทำเป็น EV Pure 100% ลุยนาหล่มในไทยจึงมีโจทย์ทางวิศวกรรมที่เสี่ยงสูงมาก
เรื่องจริงก็ยอมรับ เรื่องค่าเกี่ยวข้าวขึ้นไปเกือบไร่ละ 500 บาท นี่คือเรื่องจริงที่ชาวนาจุกอก เป็นต้นทุนที่หนักเข้าใจ
แต่พอดีผมเห็นข่าวที่ทางกระทรวงเกษตรฯ เตรียมชงงบกู้ 8,000 กว่าล้าน มาซื้อรถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า EV 500 คัน พร้อมระบบโซลาร์เซลล์ เอามาวิ่งเกี่ยวให้ชาวนาฟรี ผมเลยอยากชวนพวกเรามาคุยๆกันหน่อย
ออกตัวก่อนเลยเดี๋ยวนักวิชาการจะมารุมด่าผมหาว่าขัดขวางอีก อันนี้คือความคิดเห็นส่วนตัว ทั้งหมดนะครับ
เอาข้อมูลมาตั้งโจทย์ถกเถียงกันเล่นๆ ผมอาจจะคิดผิดหรือถูกก็ได้นะครับ ไม่อิงฝ่ายไหน ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมือง แค่อยากเอาข้อมูลจริงมาคุยกันสนุกๆ
พอมานั่งคำนวณตัวเลขและดูเรื่องเทคโนโลยีจริงๆ มันมีหลายประเด็นที่น่าสนใจมากครับ เรื่องแรกคืองบ 8,000 ล้านกับรถ 500 คัน มันคุ้มไหม
บ้านเรามีนาข้าวทั้งนาปีนาปรังรวมกันตั้ง 60 กว่าล้านไร่ ตลาดรถเกี่ยวรับจ้างทุกวันนี้ เงินมันสะพัดปีละ 27,000 ถึง 30,000 ล้านบาท
ไอ้งบ 8,000 ล้าน ได้รถ 500 คัน ตกคันละประมาณ 16 ล้านบาท รวมพวกระบบชาร์จและระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งปกติรถเกี่ยวคันนึง วิ่งเต็มที่ทั้งฤดู จะเกี่ยวได้ราวๆ 1,000 ถึง 1,500 ไร่
แปลว่ารถ 500 คันนี้ จะช่วยเกี่ยวข้าวได้แค่อย่างมาก 5 แสน ถึง 7 แสนกว่าไร่เท่านั้นเองครับ ซึ่งมันคิดเป็นแค่ 1% ของนาทั้งประเทศ คำถามคือ เอางบ 8,000 ล้าน ไปลงเพื่อช่วยนาแค่ 1% มันคุ้มค่าจริงไหม หรือเป็นแค่โครงการทดลอง นำร่อง
เรื่องที่สองคือ รถเกี่ยวไฟฟ้า EV ทำงานจริงไหวเหรอ ในต่างประเทศ พวกยักษ์ใหญ่เครื่องจักรกลเกษตรอย่าง John Deere, CLAAS หรือ Kubota เขาก็เริ่มเอาไฟฟ้ามาใช้กับพวกรถแทรกเตอร์ขนาดเล็กถึงกลางบ้างแล้ว
แต่กับรถเกี่ยวข้าว งานมันคนละเรื่องเลยครับ มันต้องลุยโคลน ตะกุยล่ม ปั่นฟางเหนียวๆ เครื่องยนต์ต้องเค้นกำลังบิดมหาศาลตลอดเวลา ในระดับโลก รถเกี่ยวไฟฟ้า 100% ที่ทำออกมาขายจริงจัง แทบจะยังไม่มีเลยครับ ส่วนใหญ่ยังอยู่แค่ช่วงวิจัยกับทดสอบต้นแบบ
ที่ผมห่วงอีกเรื่อง คนทำอาชีพรถเกี่ยวรับจ้างเดิมจะทำยังไง ทุกวันนี้มีพี่น้องเอสเอ็มอีและรายย่อย วิ่งรถเกี่ยวรับจ้างกันอยู่นับหมื่นคัน
เขากู้หนี้ยืมสินซื้อรถคันละ 2-3 ล้านมาทำมาหากิน พอรัฐเอารถเกี่ยวฟรี 500 คันลงไปวิ่ง มันไปแย่งงาน แย่งเค้ก คนที่เขาทำเป็นอาชีพอยู่แล้วหรือเปล่า
แล้วมันจะเกิดความเหลื่อมล้ำไหม ทำไมหมู่บ้านนี้ได้เกี่ยวฟรี แต่หมู่บ้านข้างๆ ยังต้องจ่ายไร่ละ 500 เท่าเดิม เพราะรถรัฐมีแค่ 500 คัน
สรุปมุมมองของผม โจทย์เรื่องค่าเกี่ยวแพง ชาวนาเดือดร้อนจริงครับ แต่การเอางบ 8,000 ล้านไปซื้อรถ EV 500 คันที่ช่วยนาได้แค่ 1% แถมเทคโนโลยีก็ยังไม่ลงตัว อาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุดเท่าไหร่
ถ้าอยากช่วยชาวนาจริงๆ วันนี้ในวันที่เทคโนโลยียังไม่นิ่ง เอาเงินไปชดเชยค่าน้ำมันเกษตร หรือจ่ายตรงเป็นค่าช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวต่อไร่ให้ชาวนาทุกคนเลย ไม่ดีกว่าเหรอครับ ได้ทั่วถึงทุกคนด้วย
ย้ำนะความคิดเห็นส่วนตัวมันอาจจะผิด100%ก็ได้
เพื่อนๆเกษตร คิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ ลองมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันดูครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

