'อ.สุพจน์' แนะ 'ชัชชาติ' คืน 'บึงคู้บอน' เป็นพื้นที่รับน้ำ พร้อมเปิด 3 เหตุผลแก้น้ำท่วม

จากกรณีฝนตกหนักต่อเนื่องในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2569 จนเกิดน้ำท่วมขังหลายจุด กระทบการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างหนัก ล่าสุดกลายเป็นดรามาสนั่นสังคม หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับประสิทธิภาพของโครงการแก้มลิง
ล่าสุดวันนี้ 12 ต.ค. 2569 อาจารย์สุพจน์ เตชวรสินสกุล อดีตคณบดีวิศวะจุฬาฯ โพสต์เฟซบุ๊ก Teachavorasinskun Supot ยื่นข้อเสนอถึง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว โดยระบุว่า "หลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วม กทม. จะขออนุญาตเสนอท่านผู้ว่าฯ ชัชขาติดังนี้

ในฐานะประชาชนผู้มีส่วนได้เสียและได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออก ผมขอเสนอให้ปรับการใช้พื้นที่ "บึงคู้บอน" กลับไปเป็นเป็นพื้นที่รองรับน้ำ (แก้มลิง) ในร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น
เหตุผลหลักๆ คือ
1. พื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม. เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี การตัดพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติออกจากผังเมือง จะส่งผลให้เมืองขาดพื้นที่หน่วงน้ำเมื่อเกิดฝนตกหนักสะสมหรือน้ำหนุน ซ้ำเติม
2. การเปลี่ยนผังเมืองบริเวณบึงคู้บอนให้เป็นพื้นที่รองรับการอยู่อาศัย (พื้นที่สีเหลือง/ส้ม) จะเร่งให้เกิดการถมดินและก่อสร้างอาคารปิดทับทางน้ำไหลตามธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวเลวร้ายลง
3. แม้การเวนคืนที่ดินจะมีมูลค่าสูง แต่การรักษาและพัฒนาพื้นที่แก้มลิงเชิงระบบ ร่วมกับการใช้ระบบอุโมงค์ระบายน้ำและขุดลอกคลอง จะช่วยสร้างความมั่นคงและกระจายความเสี่ยงในการบริหารจัดการน้ำของเมืองได้อย่างยั่งยืน ดีกว่าการพึ่งพาระบบเครื่องสูบน้ำและอุโมงค์เพียงอย่างเดียว"

หลังจากที่โพสต์ข้อเสนอของ อาจารย์สุพจน์ เตชวรสินสกุล เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้ามคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"Very good rationale krub"
"โทรศัพท์ไปคุยเลยครับ"
"ปีหนึ่ง มีเพียง 3-4 เดือนที่จะเกิดวิกฤติน้ำท่วม ดังนั้นการป้องกันก่อนท่วม ต้องมีแผนงาน และตารางปฏิบัติงานตามแผน ผมเห็นด้วย ฝั่งตะวันออก ควรมีแก้มลิงกักเก็บน้ำ เพื่อหน่วงน้ำ และควรที่จะสร้างคลองระบายน้ำฝั่งตะวันออกให้ระบายน้ำไหลตรงลงอ่าวไทย จะแก้ปัญหานะยะยาว"
"สำหรับกรุงเทพชั้นใน สำนักระบายนำ้ กทม.และเขตลาดพร้าว ควรสำรวจบ้านรุกลำ้ คลองลาดพร้าว เพื่อเริ่มรื้อบ้านที่มีสภาพหลังคาพัง ตัวบ้านไม่สามารถใช้อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย..
ถึอเป็นมาตรการนำร่องภาครัฐ ที่ต้องรับผิดชอบ ปรับปรุงคลองลาดพร้าวให้เป็นทางระบายนำ้ _นำ้ท่วม อย่างเต็มศักยภาพ ระหว่างรอ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ( พอช. ) เข้าดำเนินการก่อสร้างบ้านริมคลองใหม่"

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Teachavorasinskun Supot
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

