โซเชียลเดือด! แห่วิจารณ์ประกาศรับสมัคร "คนขับรถผู้บริหาร" เงินเดือน 3 หมื่น แต่เงื่อนไขสุดโหด สแตนด์บาย 21 ชม. หยุดได้เดือนละวัน
เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้โพสต์ภาพประกาศรับสมัครงานตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ส่วนตัว ลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก "คนขับรถผู้บริหาร" ซึ่งแม้อัตราเงินเดือนจะสูงถึง 30,000 บาทต่อเดือน แต่รายละเอียดสวัสดิการและเงื่อนไขการทำงานกลับทำให้ชาวเน็ตถึงกับรับไม่ได้ โดยมองว่าเป็นการเค้นแรงงานลูกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม จนมีผู้เปรียบเทียบว่าไม่ต่างจากการหาคนไปเป็นทาส

ตามรายละเอียดในประกาศระบุว่า ผู้สมัครจะต้องพร้อมสแตนด์บายทำงานตั้งแต่เวลา 07.00 น. เพื่อไปส่งเด็กๆ ที่โรงเรียน และอาจต้องรอรับผู้บริหารกลับจากงานสังสรรค์ลากยาวไปจนถึงเวลา 03.00–04.00 น. ของวันถัดไป นอกจากภารกิจขับรถแล้ว ยังต้องรับหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาดและล้างรถยนต์ในบ้านอีกมากถึง 5-6 คัน
ยิ่งไปกว่านั้น ประกาศยังกำหนด "กฎเหล็ก" ในการทำงานอีกหลายข้อ ได้แก่
- ห้ามสตาร์ทรถเปิดเครื่องปรับอากาศนอนรอขณะจอดรอเจ้านาย
- ห้ามออกนอกพื้นที่หรือแอบไปเที่ยวโดยเด็ดขาด
- ปรอดบุหรี่ 100%
- ต้องพักอาศัยในที่พักที่จัดไว้ให้หรือบริเวณใกล้เคียงเพื่อพร้อมรับสายและเดินทางมาปฏิบัติงานทันทีโดยไม่ปล่อยให้เจ้านายต้องรอ
ที่ทำเอาหลายคนตกตะลึงที่สุดคือ ตารางงานที่หนักหน่วงและความรับผิดชอบทั้งหมดนี้ ผู้ว่าจ้างให้สิทธิ์ วันหยุดพักผ่อนเพียง 1 วันต่อเดือนเท่านั้น พร้อมตบท้ายประกาศด้วยข้อความระบุว่า หากผู้สมัครคิดว่าไม่สามารถทำตามเงื่อนไขได้แม้แต่ข้อเดียว ก็ไม่ต้องส่งข้อมูลมาสมัคร เพื่อไม่ให้เสียเวลาและความรู้สึกด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสตอบรับเชิงลบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการขัดต่อกฎหมายแรงงาน ทั้งในแง่ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานเกินขีดจำกัด และสิทธิ์วันหยุดพักผ่อนที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน กฎหมาย ชาวเน็ตและผู้ประกอบอาชีพขับรถส่วนใหญ่ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า เงื่อนไขเช่นนี้ไปขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันยังได้ทั้งรายได้ อิสระ และสุขภาพจิตที่ดีกว่ามาก
ขณะเดียวกัน มีพนักงานขับรถผู้บริหารรายอื่นร่วมแบ่งปันประสบการณ์เพื่อเปรียบเทียบสวัสดิการ โดยระบุว่า นายจ้างของตนอนุญาตให้สตาร์ทรถเปิดแอร์นอนพักระหว่างรอได้ เรื่องล้างรถก็มีบริการคาร์แคร์ดูแลให้ ทั้งยังได้หยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์ เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ตามปกติ โดยได้รับเงินเดือนเต็มจำนวน สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงของการดูแลคุณภาพชีวิตลูกจ้างในสายงานเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


