ลือสะพัด 'เทพชัย หย่อง' ไขก๊อกพ้น 'ไทยพีบีเอส' ทิ้งเงิน 2.7 แสน/เดือน มีผล 1 พ.ย. 2569

จากกรณีก่อนหน้านี้ที่ ไทยพีบีเอส กลายเป็นประเด็นร้อนแรงของสังคมราวกับไฟลามทุ่ง ยิ่งสื่ออาวุโสและคนดังหลายคนได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เดือดเกี่ยวกับ ไทยพีบีเอส ทั้งในประเด็นความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณภาษีประชาชน และการใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะกรณีการจ้างบุคลากรระดับผู้บริหารและที่ปรึกษาด้วยค่าตอบแทนสูงลิบลิ่วเดือนละหลายแสนบาทด้วยแล้ว
ล่าสุดวันนี้ 14 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานข่าวลือสะพัดจากภายในองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ระบุว่า นายเทพชัย หย่อง ได้แจ้งต่อนายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. คนปัจจุบัน เพื่อขอพ้นจากตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้วยการบอกเลิกสัญญาจ้าง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการยุติบทบาทก่อนกำหนดที่สัญญาจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 พร้อมยอมทิ้งค่าตอบแทนสูงถึงเดือนละ 270,000 บาท

การไขก๊อกกระทันหันของสื่อมวลชนรุ่นใหญ่นั้น สืบเนื่องมาจากกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เข้าตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของไทยพีบีเอส ในช่วงปีงบประมาณ 2565-2568 รวมวงเงินสูงถึง 5,094.56 ล้านบาท แล้วพบความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่อง โดย สตง. ชี้ว่า ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์บางส่วนไม่สามารถสะท้อนความสำเร็จของการดำเนินงานได้จริง การบริหารจัดการรายการขาดประสิทธิภาพ ทั้งยังตรวจพบการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบถึง 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. การละเลยไม่ดำเนินการเพื่อให้มีระเบียบ ข้อบังคับ หรือหลักเกณฑ์รองรับ
2. การอนุมัติจ่ายเงินค่าใช้จ่ายพิธีกรและแขกรับเชิญ โดยไม่มีกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับให้อำนาจเบิกจ่าย
3. การอนุมัติจ้างผลิตรายการข่าวรายการหนึ่งด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงโดยมิชอบ
จากมูลความผิดดังกล่าว สตง. ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังประธานคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. เพื่อให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทั้งสั่งให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งตอนแรกประเมินไว้ที่วงเงิน 85.22 ล้านบาท ก่อนจะมีการปรับตัวเลขเพิ่มขึ้นสูงถึง 230 ล้านบาท
เส้นทางของนายเทพชัยกับไทยพีบีเอสถือว่ามีความผูกพันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคบุกเบิก โดยเคยดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการ ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2551 ถึง 9 ตุลาคม 2551 ก่อนจะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท. เต็มวาระ 4 ปี (10 ตุลาคม 2551 – 9 ตุลาคม 2555)
ต่อมาในปี 2560 ในยุคของ ดร.วิลาสินี พิพิธกุล อดุลยานนท์ เป็นผู้อำนวยการ ส.ส.ท. เนื่องจากองค์กรไม่มีรองผู้อำนวยการด้านข่าว จึงได้ทำสัญญาจ้างนายเทพชัยเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานข่าว ปลายปี 2564 ทว่าในเวลาต่อมา นายเทพชัยได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 (ให้มีผล 1 มกราคม 2566) เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีไทยพีบีเอสเสนอข่าว "ปลากุเลาเค็มตากใบ" ผิดพลาด
เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนัก เมื่อไทยพีบีเอสรายงานว่า เมนูปาลาดินเนอร์ในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 ไม่ได้ใช้ปลากุเลาเค็มตากใบจาก จ.นราธิวาส ของจริง สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงแก่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในขณะนั้น ก่อนที่ เชฟชุมพล แจ้งไพร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะออกมายืนยันว่าสั่งซื้อจากร้าน "ปลากุเลาเค็มป้าอ้วนตากใบ" จริง จนไทยพีบีเอสต้องออกมาแถลงยอมรับความบกพร่องว่าเสนอข่าวขาดความรอบด้านและมิได้ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วน
อย่างไรก็ดี ในวันที่ 23 ตุลาคม 2567 ดร.วิลาสินี ได้ดึงตัวนายเทพชัยกลับมาร่วมงานอีกครั้งในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษ / ที่ปรึกษาฝ่ายข่าว เพื่อบริหารจัดการ Thai PBS World โดยรับค่าตอบแทนเดือนละ 270,000 บาท ทำสัญญาแบบปีต่อปี และเมื่อสัญญาจะหมดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท. คนใหม่ (และเคยเป็นรองผู้อำนวยการในสมัยที่นายเทพชัยเป็น ผอ.) ก็ได้อนุมัติ ต่อสัญญาให้นายเทพชัยนั่งเก้าอี้ผู้เชี่ยวชาญพิเศษต่ออีก 1 ปี ตั้งแต่ต้นมกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 ในอัตราค่าตอบแทน 270,000 บาทเท่าเดิม
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การดำรงตำแหน่งและรับค่าตอบแทนมหาศาลของนายเทพชัยได้ตกเป็นกระแสข่าวและถูกตั้งคำถามจากภายนอกอย่างหนักว่า เป็นการรับค่าตอบแทนที่สูงเกินปกติ และสะท้อนถึงการใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยของฝ่ายบริหาร จนกระทั่งเกิดชนวนเหตุการตรวจสอบของ สตง. และนำมาสู่การตัดสินใจยื่นหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างในท้ายที่สุด
ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Thepchai Yong
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

