โอละพ่อ! เพจดังมั่ว ผู้นำ IMF ไม่ได้ติงเจาะจงไทยแจกเงิน ความจริงคือเตือนสหรัฐฯ หนี้ทะลุ 40 ล้านล้าน

จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า นางคริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้กล่าววิพากษ์วิจารณ์เชิงสั่งสอนรัฐบาลไทยเกี่ยวกับนโยบายแจกเงิน จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างนั้น
ล่าสุด นายนครินทร์ ศรีเลิศ (Nakarin Srilert) หัวหน้าข่าวเศรษฐกิจ - นโยบาย และผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจประจำทำเนียบรัฐบาลของหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ระบุว่า ต้นทางของข่าวลือมาจากเพจแห่งหนึ่งที่สื่อสารความหมายผิดเพี้ยนไป ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคมอย่างมาก ซึ่งนายนัครินทร์ได้อธิบายพร้อมกับระบุข้อความอย่างระเอียดดังนี้

เห็นคนแชร์และพูดถึงว่า วันนี้ คุณ Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ว่าหรือสอนรัฐบาลไทย เรื่องนโยบายแจกเงิน
ต้นทางก็มาจากเพจเพจหนึ่ง สื่อสารความหมายไปแบบผิดๆ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ แต่ก็สร้างความเข้าใจผิดไปมาก
ในข้อเท็จจริงคือวันนี้คุณ Georgieva ไม่ได้พูดว่าประเทศใด ประเทศหนึ่งแบบเจาะจง แต่พูดถึงเรื่อง “หนี้” ของโลกในภาพรวม ซึ่งมีประเด็นประมาณนี้ครับ
1.ความไม่สมดุลของหนี้สินโลก ในการจัดการกับปัญหาหนี้สินมหาศาลและความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ จอร์เจียวากล่าวอย่างชัดเจนว่า
"จีนต้องใช้จ่ายให้มากขึ้น สหรัฐฯ ต้องออมให้มากขึ้น และยุโรปต้องลงทุนให้มากขึ้น
เธอเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบาย "เร่งซ่อมแซมโครงสร้างทางการคลังอย่างเร่งด่วนก่อนที่รอยร้าวจะขยายวงกว้าง"
โดยเตือนว่ารัฐบาลไม่สามารถพึ่งพาเพียงแค่การเติบโตเพื่อลดหนี้ได้อีกต่อไป แต่ต้องลดหนี้จริงๆจังๆ
ประเทศที่เธอเตือนจริงๆคือสหรัฐฯที่หนี้ทะลุ 40 ล้านล้านดอลล่าร์
2.ผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี :เธอชี้ให้เห็นว่าความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโลกเริ่มที่จะลดน้อยลง เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตถูกดึงไปในสองทิศทางที่ตรงกันข้าม
เศรษฐกิจกำลังถูกฉุดรั้งด้วยผลกระทบเชิงลบด้านอุปทานพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีซาอุดีอาระเบียเมื่อเร็วๆ นี้อาจส่งผลกระทบเชิงลบตามมา "ในทุกหนทุกแห่ง"
ในขณะเดียวกันก็ถูกกระตุ้นด้วยผลกระทบเชิงบวกด้านความต้องการ (อุปสงค์) จากเทคโนโลยี AI
3.ภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อระบบการเงิน: ในระหว่างการเปิดตัว "พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ" (Bangkok blueprint) เพื่อป้องกันการฉ้อโกงทางไซเบอร์
เธอกล่าวสนับสนุน Bangkok blueprint เตือนว่าภัยคุกคามจากการหลอกลวงออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอาจบั่นทอนความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อระบบการเงิน ซึ่งอาจนำไปสู่การที่ผู้คนเลือกที่จะไม่ใช้ระบบธนาคารและหันไปเก็บเงินไว้ใน "กล่องรองเท้าใต้เตียง" แทน
โดยสรุปในการกล่าวของผู้จัดการ IMF วันนี้ไม่ได้กล่าวถึงนโยบายแจกเงิน ของประเทศไทยโดยตรง
เนื้อหาที่เธอเน้นย้ำบนเวทีวันนี้จะโฟกัสไปที่ภาพรวมของเศรษฐกิจระดับโลกเป็นหลัก ได้แก่
การแก้ปัญหาหนี้สินและความไม่สมดุลของมหาอำนาจ (จีน สหรัฐฯ และยุโรป)
ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางและเทคโนโลยี AI ที่มีต่อเศรษฐกิจโลก
ความเสี่ยงด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อระบบธนาคาร
แม้ว่าก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะเคยออกรายงานประเมินเศรษฐกิจไทยและมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายแจกเงินของรัฐบาลไทยบ้างก็ตาม แต่สำหรับการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้ เธอไม่ได้หยิบยกประเด็นเรื่องการแจกเงินของไทยขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์หรือพูดถึงแต่อย่างใดครับ
แม้ว่าการแจกเงินไม่ใช่นโยบายที่ดีในระยะยาว แต่ต้องแยกกับการจงใจบิดเบือน จงใจขายข่าวที่เป็นลบ เพราะแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับใครเลย และสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติด้วย
ผู้อ่านข่าวควรใช้วิจารณญาณในการ (เลือก) อ่านครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

