แฉมุกมิจฉาชีพ พุ่งเป้าหลอก Gen Z อ้างเป็นตำรวจโทรขู่ คดีซิม-บัญชีม้าได้ผลสุด

ตำรวจไซเบอร์ไขข้อข้องใจ ทำไมวัยรุ่น Gen Z ถึงตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชี้ไม่ใช่ 'มุกตื้น' แต่เป็น 'สคริปต์สั่งตัดเฉพาะกลุ่ม'

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้โพสต์ข้อความตั้งคำถามถึง ทำไมเด็กรุ่นใหม่ที่ควรจะเป็นกลุ่มที่รู้ทันข่าวสาร กลับโดนมิจฉาชีพหลอกด้วยมุกตื้นๆ อย่างมุกเรียกค่าไถ่ โดยได้แชร์ภาพโพสต์จากเพจศูนย์ข่าวชุมชน ม.เกษตรศาสตร์ ที่ระบุข้อความว่าทีมข่าวพยายามหาสาเหตุว่าทำไมนิสิตกลุ่มเจเนอเรชันนี้ถึงตกเป็นเป้าหมายของสแกมเมอร์

ล่าสุด กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (High-Tech Crime Division) ได้ออกมาชี้แจงตอบกลับประเด็นดังกล่าวอย่างละเอียด โดยระบุว่า
ตอบจ่าครับ Drama-addict
จากข้อมูลแจ้งความออนไลน์ปีนี้กว่า 267,000 คดี เด็ก Gen Z ไม่ได้โดน "มุกตื้น" แต่โดนสคริปต์ที่เขียนมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ และมันได้ผลจนน่าตกใจ
คนอายุ 18-25 เป็นเหยื่อ 1 ใน 5 ของทั้งประเทศ แต่เป็นถึง 1 ใน 3 ของคดี "ตำรวจปลอมข่มขู่ทางโทรศัพท์" - เฉพาะเดือนที่ผ่านมา คดีแอบอ้างตำรวจ 63% เป็นเด็กวัยนี้ ครึ่งหนึ่งเป็นนักศึกษา
คดีแบบนี้มีแค่ 8% ของจำนวนคดีในกลุ่มเด็ก แต่กินเงินไป 52% ของความเสียหายทั้งหมดของพวกเขา - สายเดียว หายเฉลี่ย 32,000 บาท ซึ่งคือเงินเก็บทั้งหมดของนักศึกษาคนหนึ่งพอดี
สคริปต์ที่ใช้กับเด็ก เป็นคนละชุดกับที่ใช้กับผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุโดน "พัสดุผิดกฎหมาย + โหลดแอปดูดเงิน"
แต่เด็กโดน "มีคนเอาบัตรประชาชนคุณไปเปิดซิม → เบอร์นั้นพัวพันบัญชีม้า/เว็บพนัน → โอนสายให้ตำรวจ สภ.ต่างจังหวัด → วิดีโอคอลสอบปากคำ → โอนเงินมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์"
มุก "เปิดซิม" โผล่ในคดีของเด็ก 42% แต่ในคดีของวัย 40-50 แค่ 5%
ทำไมถึงได้ผล?
เพราะเด็กรุ่นนี้รู้ดีว่า "อย่ากดลิงก์ อย่าโหลดแอป" (โดนมุกนี้แค่ 2%) แต่ไม่เคยถูกตำรวจเรียกในชีวิต จึงไม่รู้ว่าตำรวจจริงไม่โทร ไม่วิดีโอคอล ไม่ให้โอนเงินตรวจสอบ
คนร้ายเลี่ยงด่านที่เด็กแข็ง แล้วตีด่านที่เด็กไม่เคยมีประสบการณ์ - อยู่หอคนเดียว กลัวมีประวัติก่อนเรียนจบ และข้อหา "เว็บพนัน / ขายซิม" ฟังแล้ว "อาจจะจริงก็ได้" สำหรับวัยนี้
นี่ไม่ใช่ความไม่ฉลาด แต่คือ social engineering ที่เลือกเป้าแม่นมาก
ฝากบอกต่อถึงลูกหลานประโยคเดียว:
"ตำรวจจริงไม่โทร ไม่วิดีโอคอล ไม่ให้โอนเงินตรวจสอบ - วางสายแล้วโทร 1441"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

