พงศ์พรหม ตอบดราม่า เลิกบริจาคช่วยน้ำท่วมน่าน แฉวงจรอุบาทว์หลอกชาวบ้าน จาบจ้วงศาสตร์ในหลวง เตือนอย่าโลกสวยแต่ไม่แก้ปัญหา

21 สิงหาคม 2569 จากกรณี นายพงศ์พรหม ยามะรัต อดีตรองหัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Pongprom Yamarat ระบุว่า เห็นข่าวน้ำป่าน่านปีนี้ ผมไถ feed ทิ้ง เพราะตัดสินใจแล้วว่า จะไม่บริจาค ไม่ช่วยอะไรกับสิ่งเหล่านี้อีก จะน้ำท่วมน่าน ท่วมเชียงราย เหตุแห่งปัญหาคือตัดป่า และรุกลำน้ำ ป่าน่านถูกทำลายนับล้านๆ ไร่ ใน 10 กว่าปีที่ผ่านมา (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : พงศ์พรหม ลั่นเลิกบริจาคช่วยน้ำท่วมเหนือ ชี้วิกฤตน่าน-เชียงราย เกิดจากรุกป่า-รุกลำน้ำ ที่ถูกเมินนับสิบปี)
ต่อมา "พี่หมี" ยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ได้โพสต์ข้อความในลักษณะเปิดวงสนทนาถึงนายพงศ์พรหม โดยย้ำว่าต้องการสื่อสารด้วย "จิตแห่งกัลยาณมิตร" พร้อมขอว่า อย่าโกรธหรือชิงชังพี่น้องประชาชนจังหวัดน่าน เพราะคนในพื้นที่ก็เป็นเพื่อนร่วมชาติที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับชีวิตและปัญหาเศรษฐกิจไม่ต่างจากคนในพื้นที่อื่น พร้อมวอนสังคมอย่าเหมารวมโทษคนทั้งจังหวัด พร้อมแนะภาครัฐเร่งส่งเสริมระบบเกษตรยั่งยืนเพื่อฟื้นฟูดินและป่าในระยะยาว
ล่าสุด นายพงศ์พรหม ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า พี่หมีครับ ผมชอบคำว่ากัลยาณมิตร พี่หมีคือกัลยาณมิตร พี่บัณรส บัวคลี่ คือกัลยาณมิตร อ.ศศินทร์ มูลนิธิสืบ คือกัลยาณมิตร
นั่นแปลว่าเราต้องเป็นกัลยาณมิตรกับคนที่ดี มีเจตนาดี บนความรู้ดีพอควร
ยาวนิด แต่จบในโพสต์เดียว
หลายคนอาจเห็นผมในฐานะคนศึกษาสุขภาพ
อีกมุมคือคนช่วยการเมืองช่วงปี 61-67 แบบไม่อยากเป็นนักการเมือง
แต่พี่ต้องมองผมผ่านเลนส์คนก่อตั้ง Big Trees เมื่อ 10 กว่าปีก่อนที่เข้าไปเผยแพร่ รณรงค์ และต่อต้านการตัดป่าน่านครั้งใหญ่ในยุคนั้น
พี่ต้องมองผมผ่านเลนส์คนที่ไปกับคณะ สว. เพื่อสำรวจการข่มขืนป่าที่สูงที่ในหลวง ร.9 เคยพยายามฟื้นฟู และปกป้องรักษา
ผมลงพื้นที่หนัก ทั้งในที่ลับ และแจ้ง
รวมถึงบริจาคเงินส่วนตัวที่หามาอย่างสุจริตครั้งละหลัก “แสนบาท”
เราเจออะไร?
1. เราเจอเซลส์ขายปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ที่ลงพื้นที่เพื่อจับมือ “เกษตรกรคิดสั้น” เพื่อถางป่าของชาติ
2. เราเจอข้าราชการระดับสูงในจังหวัด ที่รับสินบน เพื่อตัดป่า โดยตั้งใจไม่ทำอะไร
ผมไม่นับที่ว่า คน 2 กลุ่มนี้พูดจาจาบจ้วงในหลวง ร.9 อย่างสม่ำเสมอ ว่าศาสตร์ในหลวงทำให้ “คนจน” เราจึงควรตัดป่า ปลูกข้าวโพด ทำเงินกัน
ต่อ
ผมไม่เข้าใจเหรอว่าเกษตรกรที่สูงเขายากจน
พี่ครับ
ผมโคตรเข้าใจ ผมอยู่กับพวกเขามาตั้งแต่ผมอายุ 20 ปี!!!
แต่ปัญหาคือ
การตัดป่าน่าน 1.2 ล้านไร่นั้น เกิดจากเพียง 2 เรื่อง
1. เซลส์ค้าพืช ปุ๋ย สารเคมี จับมือข้าราชการ 3 กระทรวงตัดป่าหมด เพื่อสมประโยชน์ 2 ฝ่าย
เงินขายปุ๋ย เงินขายสารเคมี เงินขายเมล็ดพันธุ์ เงินขายสัตว์ป่า (ในบางพื้นที่) และเงินสินบนข้าราชการ
2. ข้อนี้ใครไม่กล้าพูด แต่ผมจะพูด นั่นคือความอ่อนแอของเกษตรกร และชาวบ้านในพื้นที่ที่คิดสั้น หวังรวยเร็ว
ผมขอขยายข้อนี้ต่อ
การพัฒนาเกษตร หรือ สร้างรายได้ มันมีทางออก
ดูโครงการพัฒนาดอยตุง
กาแฟดอยช้าง
โครงการดอยคำ
หรือแม้แต่
ส้มโอทับทิมสยาม GI ของพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช
ทางออกการสร้างรายได้ให้ชาวบ้านหนะมีครับ
1. ทำเกษตรมูลค่าสูงบนที่ราบ อันนี้ไม่ต้องตัดป่าที่สูงเลย
2. หากที่ไม่พอ มาดู “เกษตรคีรีวง” เป็น 1 ในนับร้อยๆตัวอย่าง คือทำเกษตรไหลคือตีนเขา หรือ สูงขึ้นไปบ้างได้ เพียงแต่ปลูก “ผสม” กับป่าไม้เดิม
ที่ผมพูดหมดนี่ เรามีที่เป็น “แสนๆไร่” ที่น่าน ที่ทำได้
เกษตรกรจะรวยกว่าเดิม
การใช้พื้นที่ได้ประโยชน์กว่าเดิม
รักษาป่าที่สูงได้ไม่น้อย
น้ำ ยังจะท่วม แต่จะไม่หนัก
ตรงนี้เมื่อวานมีคนคำนวณ “อัตราการซับน้ำ” ที่หายไปราวๆ 25-30% จากการตัดป่าที่สูงออกมาแล้ว ซึ่งเยอะมาก
แต่
ภาครัฐกลับ “ปล่อย” เซลส์ “ระยำ” มาทำลายแผ่นดินชาติ
ข้าราชการ และนักการเมืองท้องถิ่นกลับเลือกที่จะ “รับสินบน”
สมัย Big Trees ที่ผม และเพื่อน 3 คนก่อตั้ง
พี่กบลงพื้นที่น่าน ไอ้คนที่กดดันเราก็คือ “ข้าราชการ” ยังไงหละครับ
แทนที่จะเอา “ศาสตร์ในหลวง” ที่พิสูจน์ว่าช่วยชาวบ้านได้จริง
กลับ “จาบจ้วง” ดูแคลนศาสตร์ในหลวง เพื่อสนับสนุน “นายทุน” ข้าวโพด
“นายทุนปุ๋ย” กับ “นายทุนสารเคมีเกษตร” (ผสมกันระหว่างนายทุนปุ๋ย ข้าราชการ และ นักการเมืองใหญ่ที่คุม 2-3 กระทรวง)
มาหลอกชาวบ้าน
กลับมาที่ผมโพสต์
เราอย่าสร้างสังคมที่มัวแต่ “Romanticize” แต่ปล่อยปัญหาไปเรื่อยๆ
วงจรอุบาทว์นี้คือ
นักการเมือง + ข้าราชการ + คนขายปุ๋ยเคมี และเมล็ดพันธุ์ ทำลายป่าน่าน 1.2 ล้านไร่
แถมมีเกษตรกร และชาวบ้านบางกลุ่มสนับสนุน
ทำเสร็จ
อุทกภัย ”หนักกว่าเดิม“
คำถามผม
มึงทำ กูก็ช่วยมานับ 10 กว่าปี
แต่ 10 กว่าปีผ่านไป
ผมพบว่า
ใช่เหรอว่ะ?
นี่เรากำลังช่วยคนที่ทำลายชาติ
เรากำลังช่วยกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่ด้อยค่าเกษตรผสมผสาน รวมถึงศาสน์พระราชา
เรากำลังช่วยคนที่เลือกมาทางที่ ”ทำลายแผ่นดิน“ ทั้งที่มี ”ทางเลือกที่ดีกว่าให้“
กลายเป็นความช่วยเหลือที่ผมทำมาทุกปี นี่ไม่ต้องรวมสิ่งที่ผมพยายามช่วยสิ่งต่างๆมาตลอดชีวิต
กลับไปช่วย ”ประคอง“ ความเหี้ยของระบบที่คนกลุ่มหนึ่งสร้าง
หากความช่วยเหลือลดลง
นี่จะเป็นกลไกที่พี่น้องชาวน่านดีๆอีก 95% เค้าเริ่มไม่ไหว
ไม่ไหว ก็ต้องรวมตัวไปจวนผู้ว่า
รวมตัวไปเกษตรจังหวัด
รวมตัวไปป่าไม้จังหวัด
เหมือนที่เกษตรกรนครศรีธรรมราชบอกว่า
กูไม่ฟังพวกมึงแล้ว เพราะมึงหลอกกู
เหมือนที่คนกรุงเทพขอพบผู้ว่า กทม. เมื่อ 10 กว่าปีก่อนเพื่อบอกว่า
ท่านผู้ว่าครับ
พื้นที่สีเขียว กทม.มันไม่พอ
ไม่พอซับน้ำ
ไม่พอลด impact ของ climate change
ไม่พอสร้างคุณภาพชีวิตคน 11 ล้านคน
กทม. ”ต้อง“ มีแผนแม่บทเพิ่มพื้นที่สีเขียวแล้ว
กรุงเทพวันนี้เขียวได้
เพราะคนกรุงเทพไปช่วยกันลุย กทม.กันจนเกิดแผนแม่บท
เมื่อผู้ว่าสุขุมพันธ์ไฟเขียว
รองทยา ลุย
ต่อด้วยผู้ว่าอัศวิน และรองจั้ม เร่ง scale ในสปีดที่เจ๋งมาก
และผู้ว่าชัชชาติที่ลุยเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างสุดทางต่อ
ทุกอย่างเกิดได้
เพราะทุกฝ่ายต้องตื่นรู้
ตื่นรู้คือ
คนชั่วก็ต้องหยุดทำชั่วด้วยครับ

