นันทเดช ชี้ 6 พิรุธ ปมหนุ่ม 21 อ้างถูกยิงจาก ฮ. จี้ตั้งกรรมการสอบ ชี้แนวกระสุนขัดแย้งความจริง

26 สิงหาคม 2569 พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับกรณีเยาวชนอ้างว่าได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนที่ยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ว่า ขอเขียนเรื่องเยาวชนอายุ 21 ที่อ้างว่าได้รับบาดเจ็บเพราะถูกยิงมาจาก ฮ. สักหน่อยครับ โดยไม่ขอลงรายละเอียด เพราะทุกคนน่ารู้กันอยู่แล้ว แต่ผมมีความเห็นว่า เรื่องนี้ น่าจะไม่เป็นความจริง เพราะ
1. แนวกระสุนเข้าและออก ตามที่หมอผู้ผ่าตัดแถลงข่าวมานั้นเป็นแนวกระสุนที่น่าจะถูกยิงในแนวราบมากกว่า ยิงลงมาจาก ฮ. ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงตามหลักวิทยาศาสตร์ ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ (ดูภาพประกอบ)
2. ผู้ที่ถูกยิงเป็นผู้ขี่จักรยานยนต์ ถ้าถูกยิงไม่ว่าในขณะที่ขี่จักยานยนต์อยู่ หรือจอดรถอยู่ จะทำให้รถเสียหลักล้มลงแน่นอน ตัวรถจะต้องมีร่องรอยเสียหายบ้าง แต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้
3. มีจักรยานยนต์อยู่ 3 คัน เมื่อมีคนขับขี่ถูกยิงบาดเจ็บหนักขนาดนี้ ทำไมไม่ซ้อนกลับมาแบบสบายๆ ต้องซ้อนอัดกันมาถึง 4 คน อย่างมากก็น่าจะซ้อนแค่ 2 คน ซึ่งจะทำให้คล่องตัว และ เร็วขึ้น
4. ถูกยิงแล้วทำไมไม่แจ้งความทันที ทั้งๆที่วันนั้นเป็นวันที่เกิดเหตุรุนแรงกว่า 70 จุด หรือ กลัวจะถูกตำรวจสอบสวน
5. หลักปฏิบัติของ นักบิน ฮ.คือ ไม่บินตอนกลางคืน ถ้าไม่จำเป็น เพราะ ทัศนวิสัยไม่เหมาะสมกับสภาพการบิน ถ้าบินก็จะไม่บินต่ำ เพราะอาจไปเกี่ยวเอาสายไฟฟ้าได้ ขนาดที่ตั้งกองบินตำรวจที่ถนนรามอินทรา ยังมีการควบคุมการก่อสร้างตึกสูง ไม่ให้เกิน 5 ชั้น ในรัศมีที่กำหนด หลายตึกสูง ต้องติดไฟกระพริบไว้ด้วย ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ การบินต่ำ อาจถูกยิงจากอาวุธต่างๆได้โดยง่าย ดังนั้น ฮ.จะไม่บินลงมาอยู่บนถนน แล้วยิงเพื่อให้เกิดแนวกระสุนสอดคล้องกับบาดแผล อย่างแน่นอน
6.หลักฐานที่เก็บได้ในพื้นที่ ทั้งรอยกระสุน ปลอกกระสุนปืน และ เสียงปืนนั้น ล้วนแต่สมารถสร้างขึ้นมาเองได้ง่ายๆ จึงเป็นหลักฐานที่ไม่แน่นอน
เรื่องนี้ทางที่ดีควรตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนโดยเร็วครับ ต้องเอา ทุกฝ่ายมาเป็นกรรมการเพื่อความเป็นธรรมครับ พูดกันไปพูดกันมาบาดแผลที่โดนกระสุนเริ่มต่ำมาทุกที ปัจจุบัน มาอยู่ที่ขาแล้วละครับ อีกประการ ผู้บาดเจ็บ อายุ 21 ปี บรรลุนิติภาวะแล้วครับ ไม่ใช่เยาวชนแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

