ช็อกยุโรป! ยุงติดเครื่องบินแพร่มาลาเรียกลางสนามบินแฟรงก์เฟิร์ต พนักงานดับ 2 ราย

เกิดเหตุสลดที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี พนักงาน 2 รายเสียชีวิตและอีก 4 รายติดเชื้อมาลาเรียรุนแรง ทางการชี้สาเหตุอาจมาจากยุงพาหะที่ลอบติดมากับเครื่องบินโดยสาร นับเป็นเคสโรคเขตร้อนในยุโรปที่พบได้ยาก หน่วยงานสาธารณสุขเร่งสอบสวนและสั่งยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุดแล้ว
เหตุสลดกลางสนามบินแฟรงก์เฟิร์ต
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตัวให้กับแวดวงสาธารณสุขและการบินในภูมิภาคยุโรป เมื่อพนักงานของสนามบินแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt Airport) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินที่คับคั่งและใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมนี จำนวน 2 ราย ได้เสียชีวิตลงจากการติดเชื้อโรคมาลาเรีย (Malaria) นอกจากนี้ยังมีรายงานพบพนักงานอีก 4 รายที่ล้มป่วยจากการติดเชื้อชนิดรุนแรงในลักษณะเดียวกัน เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นการระบาดของโรคเฉพาะถิ่นที่พบได้ยากยิ่งในทวีปยุโรป และสร้างความกังวลใจให้กับผู้ที่ต้องเดินทางข้ามทวีปเป็นอย่างมาก
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเยอรมนีตั้งข้อสันนิษฐานว่า สาเหตุของการแพร่ระบาดของโรคมาลาเรียครั้งนี้น่าจะมาจาก "ยุงพาหะ" ที่บังเอิญติดมากับเครื่องบินโดยสารหรือเครื่องบินขนส่งสินค้าจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ก่อนจะบินออกมากัดและแพร่เชื้อให้กับพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในบริเวณสนามบิน โดยเริ่มตรวจพบความผิดปกติและร่องรอยของการระบาดครั้งแรกตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ทางด้านโฆษกของ ฟราพอร์ต (Fraport) ซึ่งเป็นบริษัทผู้บริหารจัดการสนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ได้ออกมายืนยันข้อมูลเบื้องต้นกับสำนักข่าวบีบีซี (BBC) ว่ามีพนักงานเสียชีวิต 1 ราย ก่อนที่ในเวลาต่อมา กรมอนามัยสาธารณสุขแห่งเมืองแฟรงก์เฟิร์ตจะออกแถลงการณ์อัปเดตสถานการณ์อย่างเป็นทางการ โดยยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 2 ราย จากยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมด 6 ราย ซึ่งล้วนเป็นพนักงานชายที่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งและพื้นที่ที่แตกต่างกันภายในสนามบิน
เร่งล่า 'ยุงมรณะ' ผู้ต้องสงสัยข้ามทวีป
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในครั้งนี้ ทางสนามบินแฟรงก์เฟิร์ตได้เร่งติดตั้งกับดักยุงกระจายไปตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ทั่วบริเวณสนามบินอย่างเร่งด่วน โดยยุงทุกตัวที่ถูกจับได้จะถูกส่งตรงไปยังห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดถึงสายพันธุ์และแหล่งที่มาทางภูมิศาสตร์ การตรวจ DNA ของยุงเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุต้นตอของเที่ยวบินที่นำพายุงมรณะเข้ามาได้อย่างแม่นยำ
"เราไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทได้ส่งต่อข้อมูลด้านสุขภาพที่สำคัญและแนวทางป้องกันที่ครอบคลุมไปยังบุคลากรทุกคนในองค์กรแล้ว พร้อมทั้งกำชับให้พนักงานรีบไปพบแพทย์ทันทีหากพบว่าตนเองมีอาการผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไข้สูง หนาวสั่น หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย" โฆษกของ Fraport กล่าวย้ำถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยพนักงาน
ขณะเดียวกัน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยากำลังอยู่ในระหว่างการนำตัวอย่างเลือดของผู้ติดเชื้อทั้ง 6 รายมาวิเคราะห์เจาะลึก เพื่อหาคำตอบว่าพนักงานทั้งหมดได้รับเชื้อจากยุงเพียงตัวเดียวที่ตระเวนกัดหลายคน หรือเกิดจากการถูกกัดจากยุงหลายตัวที่บังเอิญเดินทางมากับเที่ยวบินเดียวกัน ซึ่งข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินความเสี่ยงและออกมาตรการป้องกันในอนาคต
สธ.เยอรมนีชี้แจงความเสี่ยงต่อประชาชน
อย่างไรก็ตาม เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชนชาวเมือง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเมืองแฟรงก์เฟิร์ตได้ส่งหนังสือชี้แจงไปยังสื่อมวลชนแขนงต่างๆ โดยระบุสาระสำคัญว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดสู่ประชากรทั่วไปในพื้นที่เมืองหรือผู้โดยสารที่มาใช้บริการสนามบินนั้น "อยู่ในระดับที่ต่ำมากๆ" เนื่องจากธรรมชาติของโรคมาลาเรียไม่ใช่โรคที่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้โดยตรง ไม่ว่าจะผ่านการสัมผัส ไอ หรือจาม แต่เชื้อปรสิตจะต้องแพร่กระจายผ่านยุงก้นปล่องตัวเมียที่มีเชื้อเท่านั้น ทั้งนี้ ผลการตรวจห้องปฏิบัติการเพื่อหาต้นตอเที่ยวบินที่แน่ชัดอาจจะต้องใช้เวลารอผลวิเคราะห์ทางพันธุกรรมอีกหลายสัปดาห์
เตือนภัย 'มาลาเรีย' ภัยเงียบที่วินิจฉัยยาก
สถาบัน โรเบิร์ต ค็อก (Robert Koch Institute) หน่วยงานวิจัยด้านการควบคุมโรคและสาธารณสุขของรัฐบาลกลางเยอรมนี ให้ข้อมูลเชิงลึกว่า พนักงานกลุ่มแรกเริ่มมีอาการป่วยในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานเรื่องยุงที่ติดมากับเครื่องบินในช่วงเวลาดังกล่าว
สถาบันฯ ได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญทางความมั่นคงด้านสุขภาพว่า ตามปกติแล้ว ผู้ป่วยโรคมาลาเรียในเยอรมนีมักเป็นกลุ่มนักเดินทางระยะไกลที่เพิ่งกลับมาจากพื้นที่เขตร้อน การพบโรคมาลาเรียที่ติดต่อภายในพื้นที่สนามบินของยุโรปจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากมาก สิ่งที่น่ากังวลและเป็นอันตรายที่สุดคือ "เมื่อผู้ป่วยไม่มีประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง แพทย์ผู้ทำการรักษาก็มักจะไม่ได้นึกถึงโรคเขตร้อนเหล่านี้ ส่งผลให้การวินิจฉัยโรคเกิดความล่าช้า ซึ่งการวินิจฉัยและการให้ยาที่ล่าช้านี้เอง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นอวัยวะภายในล้มเหลวและเสียชีวิตได้ในที่สุด" อ้างอิงจากจดหมายข่าวทางระบาดวิทยา ทั้งนี้ เหตุการณ์มาลาเรียระบาดในลักษณะเดียวกันนี้ เคยเกิดขึ้นล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2566 ที่สนามบินแห่งนี้เช่นกัน
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า โรคมาลาเรีย เป็นโรคที่แพร่กระจายผ่านการถูกยุงก้นปล่องที่มีเชื้อปรสิตกัด โดยมักพบการระบาดในประเทศเขตร้อน แม้การติดเชื้ออาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการตั้งแต่อ่อนๆ ไปจนถึงขั้นรุนแรงที่คุกคามต่อชีวิต แต่ในทางการแพทย์ ถือเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้หากมีการจัดการพาหะที่ดี และสามารถรักษาให้หายขาดได้หากได้รับยาต้านมาลาเรียอย่างทันท่วงที
ที่มาจาก BBC
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

