ครูสาวโพสต์ตัดพ้อ ผู้ปกครองวีนไม่รับสายวันหยุด ทั้งที่แค่โทรมา "ขอเลขบัญชีลูก"

กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์และเรียกเสียงเห็นใจในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก เมื่อมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กซึ่งเป็นคุณครูท่านหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความระบายความรู้สึกสุดอัดอั้นลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก "พิษณุโลกของเรา" ถึงเหตุการณ์ที่บั่นทอนจิตใจคนทำงาน หลังถูกผู้ปกครองนักเรียนต่อว่าเรื่องการไม่รับโทรศัพท์ในวันหยุดพักผ่อน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันเสาร์ ซึ่งคุณครูเจ้าของโพสต์ได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด โดยครูระบุว่าตนพลาดการรับสายจากผู้ปกครองเนื่องจาก "กำลังอาบน้ำ" แต่เมื่อกลับมาดูโทรศัพท์ กลับพบข้อความจากผู้ปกครองที่ทักมาตำหนิในทำนองว่า "เวลาผู้ปกครองโทรหาคุณครูไม่ค่อยได้รับ แล้วก็ไม่ค่อยได้อ่านเลยนะคะ"
ทว่าเมื่อทราบถึงจุดประสงค์ของการติดต่อ กลับพบว่าผู้ปกครองเพียงแค่ต้องการ "ขอเลขบัญชีธนาคารของลูก" เนื่องจากตัวเองลืม และสมุดบัญชีนั้นถูกเก็บรักษาไว้ที่โรงเรียน
คุณครูท่านนี้ได้ระบายความเสียใจอย่างหนัก โดยระบุว่าตั้งแต่รับราชการและสอนหนังสือมาหลายปี จนลูกศิษย์เรียนจบระดับมหาวิทยาลัยไปแล้ว ก็ไม่เคยเจอผู้ปกครองมาพูดจาบั่นทอนจิตใจเช่นนี้มาก่อน พร้อมตัดพ้อว่าที่ผ่านมาทำดีไม่เคยได้รับคำชม แต่พอพลาดนิดเดียวกลับกลายเป็นความผิด ทั้งที่เคยแจ้งไปแล้วว่าหากมีธุระด่วนสามารถโทรหาได้เสมอ
นอกจากนี้ คุณครูยังได้ชี้แจงประเด็นที่มีการตั้งคำถามเรื่องการไม่ตอบแชทในเวลา 21.33 น. โดยระบุว่า ตนเป็นคนที่เข้านอนตั้งแต่เวลา 21.00 น. ซึ่งคนรู้จักจะทราบดี และก่อนหน้านั้นก็ได้มีการโทรศัพท์พูดคุยรายละเอียดเรื่องอื่นๆ กันไปแล้ว อีกทั้งในตอนเช้าของวันถัดไปก็สามารถพบเจอกันที่โรงเรียนและสอบถามได้ตลอดเวลา พร้อมกับขอโทษเรื่องที่ตนพิมพ์ข้อความตอบกลับผู้ปกครองผิดพลาดตกหล่น เนื่องจากความลุกลี้ลุกลนรีบพิมพ์ เพราะกลัวจะถูกผู้ปกครองตำหนิว่าตอบช้า

ในช่วงท้ายของโพสต์ คุณครูได้ฝากข้อความถึงผู้ปกครองเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ โดยระบุว่า
"ถ้าผู้ปกครองเห็นโพสต์นี้ หนูอยากให้ผู้ปกครองคิดและคำนึงถึงหัวอกของครูด้วยนะคะ หรือถ้าไม่เคารพกันว่าเป็นครู ก็ให้นึกถึงว่าหนูเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความรู้สึกเหมือนกันค่ะ"
เบื้องต้น หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีสมาชิกในกลุ่มและชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจคุณครู โดยส่วนใหญ่มองว่าผู้ปกครองควรเคารพเวลาส่วนตัวและวันหยุดของบุคลากรทางการศึกษา หากไม่ใช่เหตุคอขาดบาดตายก็ไม่ควรต่อว่ากันรุนแรงเช่นนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

