เตือนภัยด่วน! อย่าเห็นแก่เรตถูก แลกเงินข้ามประเทศผ่าน "โพยก๊วน" เสี่ยงโดนคดีฟอกเงิน-อายัดบัญชีถาวรเพิ่ม

เพจเฟซบุ๊ก "Nessieฮูหยินปักกิ่ง" ซึ่งเป็นเพจนำเสนอเรื่องราวสาระน่ารู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิต กฎหมาย และสังคม ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนภัยครั้งใหญ่ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้ปฏิบัติการกวาดล้างและจับกุมเครือข่ายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผิดกฎหมายรายใหญ่ โดยสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ถึง 28 ราย พบมูลค่าความเสียหายสูงถึง 2 หมื่นล้านหยวน หรือราว 1 แสนล้านบาท
ทางเพจได้ระบุเตือนว่า ในช่วงนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนมีความเข้มงวดและมีการจับกุมคดีในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัว เพราะไม่ได้มีเจตนาฟอกเงิน เพียงแค่อยากแลกเงินต่างประเทศเพื่อนำไปซื้อสินค้า จ่ายค่าเทอมบุตรหลาน หรือทำธุรกิจการค้าด้วยเรตราคาที่ถูกกว่าธนาคาร แต่ในความเป็นจริง การใช้ช่องทาง "โพยก๊วน" หรือช่องทางเถื่อนเหล่านี้ แฝงไปด้วยอันตรายร้ายแรง
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มมิจฉาชีพและเครือข่ายแลกเงินเถื่อนในคดีนี้ ใช้วิธีการหลบเลี่ยงกฎหมาย 2 รูปแบบหลัก ได้แก่
- รูปแบบที่ 1: การฟอกเงินผ่านคริปโทเคอร์เรนซี (USDT)
- พฤติการณ์: ลูกค้าจะโอนเงินหยวนให้กับเครือข่าย จากนั้นเครือข่ายจะนำเงินไปซื้อเหรียญคริปโทฯ (USDT) แล้วนำไปเทขายในต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนและโอนเป็นเงินดอลลาร์เข้าบัญชีต่างประเทศของลูกค้า โดยดึงดูดใจด้วยการคิดค่าบริการเพียง 1–2% ซึ่งได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าธนาคารทั่วไป
- ความผิดทางกฎหมาย: การกระทำนี้เข้าข่าย "การซื้อขายเงินตราต่างประเทศผิดกฎหมาย" และความผิดฐานประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดเกิน 5 ปี
- รูปแบบที่ 2: การใช้คริปโทฯ ชำระบัตรเครดิตเสมือน (Virtual Credit Card)
- พฤติการณ์: ลูกค้าจะนำบัตรเครดิตเสมือนไปรูดซื้อสินค้าหรือจับจ่ายในต่างประเทศ จากนั้นทำการชำระยอดเงินคืนด้วยเหรียญคริปโทฯ แทนการใช้เงินสกุลหยวนตามปกติ
- ความผิดทางกฎหมาย: แม้จะดูเป็นวิธีการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง แต่ในทางกฎหมายถือเป็นการหลบเลี่ยงการควบคุมเงินตราต่างประเทศ และเป็นการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ผิดกฎหมาย (ในคดีนี้มีผู้ถูกจับกุมจากข้อหานี้ถึง 9 ราย)
ความเสี่ยงที่ผู้ใช้บริการต้องพึงระวัง!
ทางเพจ Nessieฮูหยินปักกิ่ง ได้ย้ำเตือนถึงประชาชนและนักธุรกิจที่อาจเผลอไปใช้บริการเครือข่ายเหล่านี้ว่า อาจต้องเผชิญกับผลกระทบทางกฎหมายที่รุนแรง ดังนี้
- เสี่ยงตกเป็นผู้ร่วมกระทำผิด (共犯): แม้จะแลกเงินในจำนวนไม่มาก แต่หากผู้ใช้บริการรู้หรือควรจะรู้ว่าผู้ให้บริการไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง เมื่อยอดเงินสะสมสูงขึ้น อาจถูกดำเนินคดีในฐานะ "ผู้ร่วมกระทำความผิด" ได้ทันที
- ปัญหาที่มาของเงิน: การทำธุรกรรมผ่านช่องทางเหล่านี้ ทำให้เส้นทางการเงินไม่ชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกตรวจสอบและดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน หรือการหลบเลี่ยงภาษีในภายหลัง
- เสี่ยงถูกอายัดบัญชี: บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมอาจถูกเจ้าหน้าที่สั่งอายัดเพื่อตรวจสอบ หรือร้ายแรงที่สุดคือถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจนยากจะแก้ไข
ทั้งนี้ ขอเตือนให้ประชาชนที่ต้องการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ ควรเลือกใช้บริการผ่านสถาบันทางการเงินหรือธนาคารที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการตกเป็นเหยื่อหรือผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

