เปิดประวัติ บอย ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดัง สู่ท็อป 10 เซียนหุ้นรุ่นใหม่

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่กรณีฉาวของวัดพุทไธศวรรย์ยังไม่ซา ล่าสุด บอย ท่าพระจันทร์ ได้เปิดเผยประเด็นใหม่ในไลฟ์สดของตนขณะที่กำลังนั่งคุยกับแฟนคลับ โดยระบุว่า มีพระองค์หนึ่งที่เป็นที่รู้จักและมีพฤติกรรมที่อื้อฉาวยิ่งกว่า"สมีโชติ" ประเด็นนี้ให้บอย ท่าพระจันทร์ ถูกจับตามองอีกครั้ง
และในวันนี้ แนวหน้าออนไลน์ จะพาทุกคนย้อนดูประวัติของชายผู้ติดกระแสคนนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ถึงได้กลายมาเป็นเซียนพระสุดโด่งดัง
ประวัติความเป็นมา
บอย ท่าพระจันทร์ หรือ อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย เกิดวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 ปัจจุบันอายุ 46 ปี บอยเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์เพราะพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เขาต้องช่วยแม่หาเงินด้วยการรับจ้างร้อยเสื้อในสตรี และทำงานควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือมาโดยตลอด
- ระดับประถมศึกษา โรงเรียนวัดราชสิทธิธาราม (วัดพลับ)
- ระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนวัดประดู่ในทรงธรรม (จุดนี้เองที่ทำให้เขาเริ่มมีความผูกพันและใกล้ชิดกับวัตถุมงคลของหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี)
- ระดับอาชีวศึกษา (ปวช. และ ปวส.) วิทยาลัยพณิชยการราชดำเนิน โดยเขาต้องเลือกเรียนใน "รอบค่ำ" เพื่อให้ช่วงกลางวันสามารถออกไปทำงานหาเงินได้
- ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (ศึกษาในรอบค่ำเช่นเดียวกัน)
จุดเปลี่ยนในวัย 13 ปี
ในวัย 13 ปี บอย ยอมรับว่าตนมีพฤติกรรมติดเกมอย่างหนัก และด้วยความที่ยังเด็กจึงนำพระสมเด็จไปปล่อยเช่าที่สนามพระท่าพระจันทร์ แต่กลับถูกเซียนพระแกล้งปั่นโดยให้ราคาพุ่งสูงไปถึง 5 แสนบาท ก่อนจะโยนพระทิ้งต่อหน้าฝูงชนพร้อมถากถางว่า "พระเก๊ กระจอก ไปเล่นที่อื่นไป" เหตุการณ์นี้จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้บอยตั้งใจศึกษาเรื่องเครื่องรางของขลังอย่างจริงจัง โดยเจาะจงศึกษาที่ "พระเหรียญคณาจารย์" ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในวงการกลัวที่สุดเพราะทำปลอมได้เหมือนที่สุด
เส้นทางสู่จุดสูงสุด
หลังจากที่ตั้งใจศึกษาและมีการซื้อขายด้วยตนเองอยู่บ่อยครั้ง ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้บอย ท่าพระจันทร์ มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จอย่างมากมาย โดยความสำเร็จหลักๆ ที่เป็นที่ประจักษ์มีดังนี้
- เซียนพระอายุน้อยที่สุด (วัย 20 ปี) เขาเป็นเซียนพระอายุน้อยที่สุดที่กล้าตัดสินใจเช่าพระ “หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ” ในราคาสูงถึงหลักล้านบาท ทำให้ชื่อเสียงของเขาได้รับการยอมรับ จนสามารถจับเงินล้านแรกได้สำเร็จในวัยเพียง 22 ปี
- คว้าแชมป์อัจฉริยะข้ามคืน (วัย 27 ปี) เขาได้พิสูจน์ความรู้ ความสามารถ และความจำอันเป็นเลิศต่อสาธารณชน ด้วยการเข้าร่วมแข่งขันเกมโชว์ชื่อดังอย่าง ‘อัจฉริยะข้ามคืน’ และสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มาครองได้อย่างน่าทึ่ง
- เขียนหนังสือ เขาได้ถ่ายทอดความรู้ผ่านการทำหนังสือ “เหรียญยอดนิยมอมตะแดนสยาม” เล่ม 1 ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นตำราหายากระดับตำนาน ที่มีราคาซื้อขายต่อในตลาดมือสองพุ่งสูงถึงเล่มละ 30,000 บาท
- มาตรฐานใหม่ นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ริเริ่มการ "รับประกันพระแท้ 100% ตลอดชีพ" ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการพระเครื่องไทยมาจนถึงปัจจุบัน
จุดเปลี่ยนเข้าสู่วงการหุ้น และการขาดทุนหลายร้อยล้าน
บอยเล่าว่าในช่วงที่เริ่มเรียนหลักสูตร RE-CU ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากที่คิดว่าตนเองเป็นที่รู้จักประมาณหนึ่งแล้ว แต่เมื่อเข้าห้องเรียนไปจาก 160 คน มีเพียงแค่ 2 คนที่รู้จักตนในเวลานั้น ซึ่ง บอย ยอมรับว่าความรู้ด้านนี้ของตนเองยังเป็นศูนย์ ขณะนั้นได้มีคนมาเสนอหุ้นตัวหนึ่งที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นไทย เขาจึงได้ลงทุนไปทั้งหมด 11,400,000 บาท และเพียงแค่วันแรกที่เปิดตัว ราคาหุ้นก็พุ่งขึ้นจนทำให้ได้กำไร 2 ล้านบาท ทำให้เขาคิดว่าการเล่นหุ้นนั้นได้เงินมาง่ายดายขนาดนี้เชียวหรือ และนี่จึงเป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้บอยเริ่มศึกษาเรื่องหุ้นอย่างจริงจัง
แต่ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์มากนัก บอยเคยเปิดเผยว่าตนเองเคยขาดทุนติดลบสูงถึง 40 ล้านบาท จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจาก เสี่ยป๋อง-วัชระ จนทำให้ตนได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐานและเทคนิคต่างๆ มากมาย จนมีวันนี้ และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 เซียนหุ้นรุ่นใหม่ที่มีอิทธิพลสูงในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- พอร์ตหุ้นระดับ 1,300 ล้านบาท ปัจจุบันการลงทุนของเขากระจุกตัวอยู่ใน 4 บริษัทหลัก ได้แก่ JMART, JMT, SGC และ PLANB โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2569 เขาได้ช้อนซื้อหุ้น JMART เพิ่มอีก 2.28 ล้านหุ้น ดันสัดส่วนการถือครองทะลุ 5.16% (75.87 ล้านหุ้น) และมีการเทขายทำกำไรหุ้น JMT ออกไปบางส่วน นอกจากนี้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เขายังเคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการกำกับดูแลของ ตลท. ที่เข้มงวดจนกระทบต่อนักลงทุนสายเดย์เทรด (Day Trade) อีกด้วย
- ขุมทรัพย์กระเพาะปลาโบราณ นอกเหนือจากพระและหุ้น เขายังเป็นนักปั้นมูลค่า "กระเพาะปลาเก่า" (โดยเฉพาะพันธุ์กิมจี้) ซึ่งถือเป็นยาอายุวัฒนะระดับสูงของจีน โดยให้ราคารับซื้อตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงกิโลกรัมละหลายล้านบาท
- ปรากฏการณ์ "เจ้าสัวพันล้าน" ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เขาได้เปิดจองวัตถุมงคลรุ่น "เจ้าสัวพันล้าน" ที่ห้าง SC สายใต้ใหม่ ซึ่งยังคงสร้างปรากฏการณ์คนแห่จองล้นหลามเช่นเคย

