'น้าเดช' ย้ำชัด! ขับรถลุยน้ำตื้นอันตรายกว่าที่คิด ระวังกระแสน้ำ-คลื่นซัดรถเสียการทรงตัว
27 กันยายน 2569 เวลา 15:57 น.

เพจดัง "รู้เรื่องรถกับพัฒนเดช" หรือ นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ออกโรงเตือนผู้ใช้รถยนต์ในช่วงหน้าฝน ชี้อย่าหลงมั่นใจเพียงแค่ตัวเลขสเปกการลุยน้ำลึกของรถยนต์ ระบุระดับ "น้ำตื้น" ที่สูงแตะเพียงใต้ท้องรถก็สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับระบบไฟ หรือทำให้รถเสียการทรงตัวจนตกถนนได้ หากขับขี่ไม่ถูกวิธีและไม่ระวังกระแสน้ำ
นายพัฒนเดช ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจเพื่อเตือนภัยผู้ใช้รถ โดยระบุว่าผู้ขับขี่ส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับค่าความลึกของน้ำที่รถสามารถลุยได้ (เช่น มาตรฐานการกันน้ำ IP หรือสเปกการลุยน้ำลึก 80 เซนติเมตร) จนมองข้ามความจริงที่ว่าระดับน้ำตื้นเพียงแค่ "แตะพื้นท้องรถ" ก็มีอันตรายอย่างยิ่งจากหลายปัจจัย ได้แก่:
-
พฤติกรรมการขับขี่เร่ง-เบรก: การขับรถลุยน้ำตื้นด้วยความเร็ว หรือเร่งสลับเบรก จะทำให้เกิดคลื่นน้ำกระแทกใต้ท้องรถ น้ำสามารถกระฉอกเข้าไปในห้องเครื่อง ห้องโดยสาร และระบบไฟฟ้า ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับตัวรถมาแล้วเป็นจำนวนมาก
-
อันตรายจากคลื่นรถสวนทาง: แม้ผู้ขับขี่จะชะลอความเร็วแล้ว แต่หากมีรถบรรทุก รถบัส หรือรถกระบะที่ขับสวนมาด้วยความเร็ว คลื่นน้ำที่ถูกแหวกมาปะทะสามารถหนุนยกรถให้ล้อลอยจากพื้นถนนใต้น้ำได้ ทำให้สูญเสียการควบคุมและอาจไหลตกถนน
-
ทิศทางของกระแสน้ำไหล: ระดับน้ำที่ไม่ลึกหากเป็น "น้ำไหล" จะสร้างแรงปะทะที่แตกต่างกันไป
-
น้ำไหลสวนจากด้านหน้า: ทำให้ระดับน้ำปะทะสูงกว่าความเป็นจริง น้ำอาจบ่าขึ้นฝากระโปรง ทะลักเข้าห้องเครื่องจนรถดับ
-
น้ำไหลตามท้ายรถ: แรงน้ำจะยกท้ายรถให้ลอย ล้อหลังสูญเสียการยึดเกาะถนน ทำให้รถเสียการทรงตัว
-
น้ำไหลปะทะด้านข้าง: แรงดันน้ำจะผลักให้รถลื่นไถลออกนอกเส้นทาง ยิ่งมีคลื่นจากรถคันอื่นมากระแทกซ้ำจะยิ่งอันตราย
-
ข้อแนะนำในการขับขี่ลุยน้ำ
ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า วิธีรับมือที่ถูกต้องที่สุดเมื่อต้องลุยน้ำคือ การลดความเร็วรถลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะรถที่เคลื่อนที่ช้าๆ หรือจอดอยู่ น้ำหนักของตัวรถจะกดทับลงที่ล้อได้เต็มที่ ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนให้ดีกว่ารถที่ใช้ความเร็ว
นอกจากนี้ ยังฝากข้อคิดเตือนใจผู้ใช้รถว่า อย่าประมาทคิดว่าน้ำตื้นแค่นี้ไม่เป็นไร หรือคิดว่าตนเองเคยลุยน้ำที่ลึกกว่านี้มาแล้ว เพราะสภาพของ "น้ำนิ่ง" และ "น้ำไหลเชี่ยว" มีผลกระทบต่อตัวรถที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พร้อมเปรียบเปรยว่าเรือบรรทุกเครื่องบินน้ำหนักเป็นหมื่นตันยังสามารถลอยน้ำได้ รถยนต์ที่มีน้ำหนักเพียง 1-2 ตันจึงสามารถถูกกระแสน้ำซัดให้ลอยและตกถนนได้เช่นกันหากประมาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

