คปภ. แนะ 4 ขั้นตอนเคลมประกัน พร้อมเตรียมนัดถกด่วน 28 ก.ย. คลอดมาตรการเยียวยา
28 กันยายน 2569 เวลา 10:50 น.

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการด่วนให้สำนักงาน คปภ. ทั่วประเทศติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานกับบริษัทประกันภัยลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยเน้นย้ำให้ผู้ประสบภัยคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตเป็นอันดับแรก และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้วให้รีบสำรวจความเสียหายเพื่อรักษาสิทธิในการเคลมประกัน
ทั้งนี้ คปภ. ได้แนะแนวทาง 4 ขั้นตอนสำคัญในการเตรียมตัวก่อนเคลมประกันน้ำท่วม ดังนี้
-
ตรวจสอบความคุ้มครอง: เช็กกรมธรรม์ง่าย ๆ ผ่าน LINE @OICCONNECT (เลือกเมนู “กรมธรรม์ของฉัน”)
-
รถยนต์: ประกันภัยชั้น 1 คุ้มครองกรณีน้ำท่วม ส่วนประกันชั้น 2+ และ 3+ ต้องตรวจสอบว่าได้ซื้อความคุ้มครองเสริมกรณีน้ำท่วมไว้หรือไม่
-
บ้านและที่อยู่อาศัย: ตรวจสอบประกันอัคคีภัยว่าครอบคลุมภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติด้วยหรือไม่
-
-
เก็บหลักฐานให้ชัดเจน: ถ่ายภาพหรือวิดีโอความเสียหายอย่างละเอียด โดยบ้านเรือนให้ถ่ายเจาะจงทีละจุด (เช่น โครงสร้าง พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า) ส่วนรถยนต์ให้ถ่ายสภาพภายนอก ภายใน ห้องเครื่อง และบันทึกร่องรอยระดับคราบน้ำ
-
รีบแจ้งบริษัทประกันภัย: เตรียมข้อมูลสำคัญ ได้แก่ เลขกรมธรรม์ ทะเบียนรถ วัน-เวลา และสถานที่เกิดเหตุ และที่สำคัญต้องขอ “เลขที่ใบเคลม (Claim No.)” ไว้สำหรับติดตามสถานะการเคลม
-
เตรียมเอกสารให้พร้อม: ประกอบด้วย สำเนาบัตรประชาชน ภาพถ่ายความเสียหาย สำเนาทะเบียนรถ สำเนาทะเบียนบ้าน/โฉนดที่ดิน และเอกสารอื่น ๆ ตามที่บริษัทประกันภัยระบุ
สำหรับการประเมินค่าซ่อมแซมรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม ได้มีการแบ่งเกณฑ์ความเสียหายออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่
-
ระดับ A (น้ำท่วมถึงพรมพื้น): ค่าซ่อมประมาณ 8,000 - 10,000 บาท
-
ระดับ B (ท่วมถึงเบาะนั่ง): ค่าซ่อมประมาณ 15,000 - 20,000 บาท
-
ระดับ C (ท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า): ค่าซ่อมประมาณ 25,000 - 30,000 บาท
-
ระดับ D (ท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า): ค่าซ่อม 30,000 บาทขึ้นไป
-
ระดับ E (รถจมน้ำทั้งคัน): ประเมินความเสียหายตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หากเข้าข่ายเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) จะได้รับเงินชดเชยตามทุนประกันที่ระบุไว้
นอกจากนี้ ในวันที่ 28 กันยายน 2569 คปภ. เตรียมเรียกประชุมบริษัทประกันวินาศภัยเพื่อหารือและกำหนดแนวทางเยียวยาเร่งด่วน โดยมีวาระสำคัญในการประเมินความเสียหายรวมผ่านระบบฐานข้อมูลกลาง (IBS) การเตรียมความพร้อมเรื่องรถยก-รถลากเพื่อเคลื่อนย้ายรถที่เสียหายและกีดขวางจราจร การกำหนดกรอบเวลาจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้รวดเร็วและเป็นธรรม รวมถึงการพิจารณาผ่อนผันระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัยและการต่อใบอนุญาตตัวแทน/นายหน้าในพื้นที่ประสบภัย
ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วน คปภ. โทร. 1186 หรือผ่านทาง LINE Official: @OICCONNECT (คปภ. รอบรู้) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

