'ทนายตั้ม' แฉเบื้องหลัง 'อินฟลูฯ หัวเหม่ง' ตบทรัพย์สาวจีน ฮุบเงินประกัน 5 ล้านบาท
จากกรณีก่อนหน้านี้ที่ตำรวจไซเบอร์บุกจับ 'อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์' ข้อหาฟอกเงิน ฉ้อโกงประชาชน และเล่นการพนัน หน้าสนามมวยอ้อมน้อย กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์ รวมไปถึง ทนายตั้ม ที่ออกมาโพสต์ก่อนหน้านี้ จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ร้อนแรงราวกับไฟลามทุ่ง
ล่าสุดวันนี้ 5 ตุลาคม 2569 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ภาพอินโฟกราฟฟิกพร้อมร่ายยาวเล่าถึงอินฟลูฯชายหัวเหม่งคนหนึ่งกับแผนตบทรัพย์สาวชาวจีนรายหนึ่ง ด้วยข้อความว่า "น้ำลดตอผุด! แผนตบทรัพย์จีนเทา อินฟูหัวเหม่งอาศัยคนมีคดี ไม่กล้ามีปากเสียง จุดอ่อนของคนมีคดี คือความกลัวกลัวถูกดำเนินคดี กลัวไม่ได้ประกันตัว กลัวถูกเปิดโปง และกลัวคนที่อ้างว่ารู้จักตำรวจใหญ่ หากใครฉวยความกลัวเหล่านี้มาเป็นเครื่องมือเรียกเงิน แล้วคิดว่าเจ้าของเงินคงไม่กล้าร้องเรียน นั่นคือพฤติการณ์ที่ต้องเปิดตรวจสอบให้ถึงที่สุด เพราะ การเป็นผู้ต้องหา ไม่ได้ทำให้ใครหมดสิทธิในเงินของตนเอง

เรื่องต่อไปนี้เรียบเรียงจากข้อมูลที่ได้รับมาสะท้อนคำถามใหญ่ต่อภาพ “คนดีช่วยประชาชน” ของอินฟูหัวเหม่งรายหนึ่ง เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ผู้ต้องหาหญิงชาวจีนในคดีฉ้อโกงออนไลน์ ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับอินฟูหัวเหม่ง เจ้าของเพจที่ชอบออกหน้าช่วยเหลือประชาชน จนชาวบ้านบางส่วนเข้าใจว่าเป็นทนายความ ทั้งที่ตามข้อมูลที่ได้รับ เจ้าตัวไม่ได้เป็นทนายความสักหน่อย อินฟูหัวเหม่งถูกกล่าวอ้างว่าเสนอให้หญิงชาวจีนจ้างตนช่วยดำเนินการเรื่องคดี พร้อมอ้างว่า “วิ่งเต้นประกันตัวให้ได้ เพราะรู้จักตำรวจใหญ่มากมาย”
แต่มีเงื่อนไขนะ… เงินประกัน 5 ล้านบาท ให้ใช้เงินของผู้ต้องหาส่วนชื่อผู้ประกัน ให้ใช้ชื่ออินฟูหัวเหม่ง เงินเป็นของหญิงชาวจีน แต่คนออกหน้าในเอกสารเป็นอินฟูหัวเหม่ง ตรงนี้เองที่ทำให้ต้องแยกให้ชัดว่า ใครเป็นผู้ประกัน และใครเป็นเจ้าของเงินจริง เท่านั้นยังไม่พอ อินฟูหัวเหม่งยังเรียกค่าจ้างในการเป็นนายประกันหลักล้านบาท และท้ายที่สุด ผู้ต้องหาก็ได้รับการประกันตัวจริง ผู้ต้องหาอาจคิดว่า จ่ายค่าจ้างแล้ว เรื่องก็คงจบ เงินประกันเมื่อได้คืนก็คงกลับมาหาตนเอง แต่เรื่องกลับไม่จบเช่นนั้น
ต่อมาอินฟูหัวเหม่งทำหนังสือแจ้งตำรวจ ขอถอนสัญญาประกัน โดยอ้างว่าผู้ต้องหาไม่ทำตามคำแนะนำ ออกจากที่พักโดยไม่แจ้งให้นายประกันทราบ พร้อมขอให้คืนเงินประกันเข้าบัญชีของตนเอง ที่มีการเปิดบัญชีใหม่เตรียมไว้แล้ว จากนั้น เงินประกัน 5 ล้านบาท ก็ถูกโอนเข้าบัญชีอินฟูหัวเหม่ง
คราวนี้ก็ยุ่งละสิ… เพราะหญิงชาวจีนยืนยันว่า เงินก้อนนั้นเป็นของเธอ ให้อินฟูหัวเหม่งออกหน้าแทนเป็นนายประกันเท่านั้น ส่วนค่าจ้างร่วมล้านบาทก็จ่ายไปแล้ว จะเอาเงินประกันไปด้วยทั้งหมดได้อย่างไร? เมื่อเธอทวงถาม กลับถูกกล่าวอ้างว่าเจอทั้งการบ่ายเบี่ยงและคำท้าทายว่า “อยากได้เงินคืนก็ไปฟ้องเอา” แถมยังถูกขู่ว่า จะแฉเงินที่นำมาประกันตัวว่าเป็น “เงินเทา” คำขู่เช่นนี้ ย่อมกระแทกตรงจุดอ่อนของคนที่กำลังมีคดี โดยเฉพาะหญิงต่างชาติที่ไม่คุ้นเคยกับกระบวนการยุติธรรมไทย และเห็นอีกฝ่ายอ้างความสนิทสนมกับตำรวจใหญ่
จะทวงเงิน ก็กลัวถูกเล่นงาน จะร้องเรียน ก็กลัวคดีหนักขึ้น จะมีปากเสียง ก็กลัวถูกเปิดโปง หญิงชาวจีนภายหลังเดินทางกลับประเทศ โดยยังไม่ได้รับเงินก้อนนั้นคืน ขณะที่เงิน 5 ล้านบาท ของเธอ ถูก อินฟูหัวเหม่ง แฮบไปหน้าตาเฉย มีข้อมูลว่า การประกันตัวและคืนเงินเกิดขึ้นที่ สภ.หนองขาม จริงอยู่ คนทำผิดต้องรับผิดตามกฎหมาย ส่วนใครฉวยโอกาสหลอกเอาเงินจากคนมีคดี ก็ต้องถูกตรวจสอบเช่นกัน ไม่มีใครได้สิทธิยึดเงินของผู้อื่นเพียงเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายไม่กล้ามีปากเสียง ถึงเวลาตรวจให้ชัดว่า เบื้องหลังบทช่วยเหลือประชาชน มีการฉวยความกลัวของคนมีคดีมาเรียกเงิน ยึดเงิน และกดให้เงียบจริงหรือไม่
เพราะกระบวนการยุติธรรมต้องเอาผิดคนทำผิด และต้องไม่เปิดช่องให้ใครอาศัยคดีของผู้อื่นเป็นเครื่องมือตบทรัพย์
หมายเหตุ* ผมพึ่งได้รับการร้องเรียนมาเรื่องนี้จึงต้องมีการตรวจสอบอีกครั้ง"

หลังจากที่โพสต์ของ ทนายตั้ม เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"อธิบายดีมากเลยครับสมกับเป็นผู้มีประสพการณ์"
"นี่รอหมอของขวัญเปิดอีกแผลอย่างใจจดจ่อ"
"กรรมเกิดจากการกระทำ ถ้าเราทำดีกรรมก็จะหนุนนำถ้าเราคิดไม่ดีกรรมก็จะตามทันรอดูบทสรุป"
"หลักฐานเด็ด"
"ถ้าโกนหนวดออกจะรอดไหม???"
"นอนบ้างยังครับเนี้ย"
"อินฟู มีหนวด เมื่อไหร่จะตามไป รอชม คนนี้"
"คนที่สร้างภาพว่าตัวเองเป็นคนดีน่ากลัวมาก"
"ยุเฉยๆๆไม่เปน"
"อยากให้ทำผังคดีเจ๊อ้อยบ้างค่ะ"




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

