'เถกิง' โต้ 'ดร.สมเกียรติ' ผิดหวัง ไม่เห็นความผิดปกติไทยพีบีเอส ชี้ นวัตกรรม กับ หลังจากนวัตกรรม คนละประเด็น

จากกรณีก่อนหน้านี้ที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และคณะ สส.พรรคภูมิใจไทย เสนอร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ซึ่งปรับแก้ระบบเงินบำรุงขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส กลายเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากบนโลกออนไลน์ และ ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ได้ไปออก เวทีเสวนา 'กระเป๋าเงิน' ไทยพีบีเอส 'วินัยการเงินประเทศ' ดีขึ้นจริงหรือไม่ ? ซึ่งพูดถึงเกี่ยวกับหัวใจสำคัญขององค์กรอิสระ นั่นคือความมีอิสระทางโครงสร้าง และ อิสระทางการเงิน การจัดเก็บเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบ เป็นนวัตกรรมทางการเงินและกฎหมายที่ถอดแบบมาจากประเทศออสเตรเลียและกองทุน สสส.
ก่อนที่ในเวลาต่อมา ดร.สมเกียรติ ได้เล่าถึงช่วงอดีตที่ศึกษาวิเคราะห์ร่วมกับกระทรวงการคลังมาทุกโมเดล พบว่าไม่รอดเรื่องความเป็นอิสระ การเก็บภาษีจากการซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ ซึ่งไม่ยั่งยืนตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี หรือการเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาต/ค่าสมาชิกแบบ BBC ของอังกฤษ หรือ NHK ของญี่ปุ่น ซึ่งประเทศไทยมีฟรีทีวีหลายช่องแล้วไม่สามารถทำได้ ทำให้กระทรวงการคลังในขณะนั้นจึงยอมรับว่าโมเดลภาษีบาปเป็นทางเลือกเดียวที่ดีที่สุด อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศยกย่องว่าโมเดลของไทยเป็นนวัตกรรมที่สร้างสรรค์มาก

ล่าสุดวันนี้ 6 ตุลาคม 2569 นายเถกิง สมทรัพย์ สื่อมวลชนอาวุโส และอดีตนายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กร่ายยาวโต้ ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ เรื่องนวัตกรรม กับ หลังจากนวัตกรรม และความผิดหวัง โดยระบุว่า "เรื่องนวัตกรรม กับ หลังจากนวัตกรรม มันคนละประเด็น (ผมอาจสร้างบ้านสวยตามแบบแปลน ใช้วัสดุธรรมชาติ อาจได้รางวัลมากมาย แต่อยู่ไปไม่นาน บ้านผมปลวกขึ้น)ผมค่อนข้างผิดหวังกับอาจารย์สมเกียรติ เพราะเป็นคนที่วิจัยศึกษาทำร่างกฎหมายทีวีสาธารณะ จนเป็นแนวทางเกิดไทยพีบีเอสและเข้าไปทำงานทำรายการใน ไทยพีบีเอสมานาน
ทำไม
ทำไม
ทำไม
อาจารย์ไม่เห็นความผิดปรกติของไทยพีบีเอสว่า มันไม่ได้เดินตามความฝันสวยหรูที่จะทำแบบ BBC NHK หรือเพราะอาจารย์เข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความผิดปรกตินั้นการเข้าไปทำรายการในไทยพีบีเอส อาจมองปัญหาไม่เห็น ถ้าอยู่ข้างนอก อาจพบสิ่งผิดปรกติมากมายและตักเตือนกัน อัจฉริยะอย่างอาจารย์สมเกียรติ ผมว่าเห็นความผิดปรกตินั้นจะฝ่าวิกฤตยังไงให้ไทยพีบีเอสรอด และ เป็นนวัติกรรมที่มันควรจะเป็นตามพิมพ์เขียวคือมีสื่ออิสระที่ดำรงอยู่เพื่อประโยชน์สาธารณะ แท้จริงไม่ใช่เป็นเครื่องมือสื่อสารของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง"


โพสต์ของ เถกิง สมทรัพย์ ลงมาบนโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"รับงานวิจัยเยอะ 55555"
"เงินทำให้คนระดับอาจารย์ตาบอดนะ ไม่ใช่แค่ความรัก"
"ผลประโยชน์ทําให้คนเปลี่ยนได้ครับ"
"BBC ยังเดินเคาะประตูบ้านเก็บค่าดูทีวีอยู่เลยฮะ เค้าเห็นนั่งเฉยๆ อยู่ดีๆ เงินก็ลอยเข้าองค์กรเลย เค้าก็ต้องอิจฉาเป็นธรรมดาสิฮะ"
"สื่อสาธารณะที่ไม่สาธารณะค่ะ พึ่งทราบนะคะเอาภาษีมาใช้ดีนะคะที่ไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ไม่งั้นไม่ยอมค่ะ"
"น่าเก็บภาษี เงินใต้โต๊ะ / เงินทอน / เงินโกง บ้างนะครับ"

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เถกิง สมทรัพย์, tccthailand,เฟซบุ๊ก Somkiat Tangkitvanich Page
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

