‘ปิดประตูแพร่เชื้อ!’ สแกนสุขภาพผู้ต้องขัง ตัดวงจรโรคร้ายสะท้อนสู่ชุมชน

“สุขภาพ” ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ต้องขังเด็ก หรือเยาวชนที่อยู่ภายใต้การดูแลในสถานที่กักขังของรัฐ
ทว่าด้วยสภาพแวดล้อมเฉพาะตัวที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ปิด มีผู้คนอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่นเป็นเวลานาน สถานที่กักขังจึงกลายเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดและการแพร่กระจายของโรคติดต่อ ไม่ว่าจะเป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 ตลอดจนโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนอย่าง โรคสุกใส หัด และคางทูม ซึ่งพบสถิติทรงตัวและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีระบบการบริหารจัดการที่ดี โรคเหล่านี้อาจแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว และอาจส่งผลกระทบสะท้อนกลับออกสู่ชุมชนภายนอกในที่สุด
จากโจทย์ความท้าทายด้านสาธารณสุขดังกล่าว กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ในการดูแลสุขภาพผู้ต้องขังและเยาวชนภายใต้โครงการ “ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” มาขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนาระบบการเฝ้าระวัง คัดกรอง ป้องกัน และควบคุมโรคในสถานที่กักขังของรัฐให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน

เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขหลังกำแพงสูงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กรมควบคุมโรค ได้ร่วมมือกับ กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมถึงกรมวิชาการต่างๆ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จัด “การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายด้านเวชศาสตร์ราชทัณฑ์ ระยะสั้น รุ่นที่ 4” ขึ้น ระหว่างวันที่ 28 - 30 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมทีเค พาเลซ โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิด และมีนายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นผู้กล่าวรายงานถึงเจตนารมณ์และความสำคัญของการจัดงาน

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคไม่เพียงแต่นำระบบเฝ้าระวังดั้งเดิมมาใช้เท่านั้น แต่ยังได้เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและส่งเสริมให้บุคลากรนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เช่น การนำแอปพลิเคชัน Traffy Fondue เข้ามาช่วยในการเฝ้าระวัง แจ้งเหตุ และป้องกันโรคในพื้นที่กักขังอย่างทันท่วงที ซึ่งการอบรมในรุ่นที่ 4 นี้ มีพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วมบูรณาการความรู้มากกว่า 100 คน ถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเครือข่ายสาธารณสุขราชทัณฑ์ให้เข้มแข็ง
ความพิเศษของการประชุมเชิงปฏิบัติการในรุ่นนี้ คือการระดมสมองและถ่ายทอดความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ ร่วมด้วย ดร.พาหุรัตน์ คงเมือง ทัยสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการโครงการพระราชดำริฯ กรมควบคุมโรค และทีมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายหน่วยงาน

โดย ดร.พาหุรัตน์ คงเมือง ทัยสุวรรณ์ เปิดเผยว่า หลักสูตรการอบรมในครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาจริงในเรือนจำและสถานกักขัง ครอบคลุมหัวข้อสำคัญหลากหลายมิติ อาทิ การจัดการโรคและภัยสุขภาพ การรับมือกับโรคติดต่อและโรคระบาดในพื้นที่จำกัด , การดูแลผู้ป่วยในภาวะวิกฤต การประเมินและปฐมพยาบาลเพื่อลดความเสี่ยงเสียชีวิต , การบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลอย่างครบวงจร และการดูแลผู้ต้องขังป่วยจิตเวช การส่งเสริมสุขภาพจิตและการรับมือกับผู้ป่วยกลุ่มพิเศษ
นอกจากการเรียนรู้ในห้องประชุมแล้ว ผู้เข้าร่วมอบรมทุกคนยังได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการดำเนินงานจริง ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกรุงเทพ เพื่อถอดบทเรียนจากโมเดลการทำงานที่ประสบความสำเร็จ นำไปสู่การปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่ต่อไป
การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านเวชศาสตร์ราชทัณฑ์ ไม่ใช่เพียงแค่การจัดอบรมให้ความรู้ในระยะสั้น หากแต่เป็นการสร้าง “เกราะป้องกัน” ให้ระบบสาธารณสุขไทยในภาพรวม เพราะเมื่อบุคลากรในสถานที่กักขังมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีเครื่องมือที่พร้อม การดำเนินงานเฝ้าระวัง คัดกรอง และควบคุมโรคก็จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับจากการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วย ลดอัตราการเจ็บป่วย และ ลดอัตราการเสียชีวิต ของผู้ต้องขัง เด็ก และเยาวชนในสถานที่กักขังของรัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นการปิดช่องโหว่ทางสาธารณสุขที่สำคัญ ช่วย ลดโอกาสการแพร่กระจายของโรคร้ายกลับคืนสู่ชุมชน เมื่อผู้ต้องขังได้รับการพ้นโทษออกมาโครงการนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสนองพระราชดำริ เพื่อสร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพ ให้คนไทยทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใดของสังคม ได้รับการดูแลสุขภาวะอย่างดีที่สุดและเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

