ชาวนาสุรินทร์โอด! หลังเล็งชงงบ 8 พันล้านซื้อรถเกี่ยวข้าว EV ชี้อยากให้แก้ต้นทุนปุ๋ย-น้ำมันมากกว่า

เสียงสะท้อนชาวนาสุรินทร์! จี้รัฐแก้ต้นทุนการผลิต-ค่าน้ำมันให้ตรงจุด หลังกระทรวงเกษตรฯ จ่อชงงบ 8 พันล้านซื้อรถเกี่ยวข้าว EV ฟรี วอนนายกฯช่วยทำให้ได้อย่างที่เคยพูด-ชาวนาแบกภาระไม่ไหวแล้ว
วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของเกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์ หลังมีกระแสข่าวว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณกว่า 8,000 ล้านบาท จากกรอบวงเงินกู้รัฐบาล เพื่อจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวและเครื่องจักรกลการเกษตรพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวนประมาณ 500 คัน นำมาให้บริการเก็บเกี่ยวผลผลิตแก่เกษตรกรฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนการเก็บเกี่ยวที่ปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นจากไร่ละประมาณ 300 บาท เป็นเกือบ 500 บาท

จากการพูดคุยกับ นายเหนียง อายุ 52 ปี ชาวนาในพื้นที่ สะท้อนมุมมองต่อเรื่องดังกล่าวว่า แม้โครงการดังกล่าวจะมีเจตนาดีในการช่วยลดภาระ แต่รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพ ลุงเหนียงตั้งข้อสังเกตว่า หากรัฐจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวมาให้บริการฟรี แต่ราคาสินค้าเกษตรหรือราคาข้าวยังตกต่ำ ชาวนาก็อาจไม่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง โดยผู้ที่ได้ประโยชน์อาจตกเป็นของพ่อค้าคนกลางหรือนายทุน ขณะที่เกษตรกรผู้เหน็ดเหนื่อยลงแรงยังคงต้องแบกรับภาระหนี้สิน

นอกจากนี้ นายเหนียง ยังเผยถึงสถานการณ์ต้นทุนที่หนักหน่วงว่า ราคาปุ๋ยเคมีที่เคยซื้อในราคาประมาณกระสอบละ 900 บาท ปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นถึงประมาณ 1,200 บาท ประกอบกับภาระราคาน้ำมัน ทำให้เกษตรกรต้องแบกต้นทุนสูงมาก อยากให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือที่ช่วยลดต้นทุนได้จริง พร้อมระบุว่าหากราคาข้าวเปลือกขยับขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 20 บาท ชาวนาก็จะพอมองเห็นกำไรและลืมตาอ้าปากได้บ้าง
ท้ายที่สุด นายเหนียง ได้ฝากข้อความสะท้อนความอึดอัดใจไปถึงนายกรัฐมนตรี ให้ช่วยรับฟังเสียงความเดือดร้อนของเกษตรกรและทบทวนแนวทางการช่วยเหลืออย่างจริงจัง พร้อมกล่าวทิ้งท้ายด้วยความอัดอั้นว่า ‘จำได้ไหม เคยพูดอะไรไว้ ก็ทำให้ได้นะ เพราะตอนนี้ชาวบ้านรวยไม่ไหวแล้ว’ พร้อมวิงวอนให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาปากท้องและต้นทุนการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ชาวนาไทยยังคงสามารถประกอบอาชีพสืบต่อไปได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

