ปทุมธานีผนึกกำลัง! ตักซากปลาตายเกลื่อน 30 ตันฝังกลบ 27 ไร่-ชป.อัดน้ำดีดันน้ำเสียกู้วิกฤต

อบจ.ปทุมธานี จับมือ ชลประทาน และเทศบาลเมืองคลองหลวง ระดมจิตอาสาเคลียร์วิกฤตปลาตายเกลื่อนคลอง 2 กว่า 30 ตัน อธิบดีกรมชลฯ เร่งอัดน้ำดีดันน้ำเสีย ยื่น พด.6 ช่วยย่อยสลาย พร้อมขุดหลุมโรยปูนขาวฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล 27 ไร่
วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ที่บริเวณประตูระบายน้ำคลอง 2 หน้าวัดแสงสรรค์ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายเทพสุริยา สะอาด ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี, นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง, ดร.วิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน, ผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ, หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียและกรณีปลาลอยตายเป็นจำนวนมากในพื้นที่อย่างเร่งด่วน
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากมวลน้ำขังรอการระบายจากชุมชนต่างๆ เริ่มเน่าเสียและไหลทะลักลงสู่คลองสอง ทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลงอย่างรุนแรงจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ปลาขาดอากาศหายใจตายเป็นจำนวนมากและลอยมาแออัดบริเวณประตูน้ำรังสิ
เบื้องต้น ได้บูรณาการร่วมกับกรมชลประทานและเทศบาลเมืองคลองหลวง ปล่อยมวลน้ำดีจากคลองระพีพัฒน์มาช่วยผลักดันน้ำเสียออกสู่คลองรังสิต พร้อมส่งกำลังพลจิตอาสา เรือ และรถสูบน้ำ ลงพื้นที่กระจายทำความสะอาดแบ่งโซนตักซากปลาเน่าเสียขึ้นจากลำคลองกว่า 20 จุด เพื่อป้องกันปัญหาผลกระทบตามมา
ด้าน ดร.วิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้ประสานกรมพัฒนาที่ดินนำสารซุปเปอร์ พด.6 มาใช้ช่วยในการย่อยสลาย พร้อมเร่งจัดเก็บซากปลาขึ้นจากน้ำ และส่งมวลน้ำดีเข้ามาเจือจางเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในลำคลอง
โดยขณะนี้ ระดับน้ำในคลองรังสิตต่ำกว่าจุดระวังภัย 35 ซม. กรมชลประทานจึงเร่งเดินเครื่องสูบน้ำ 16 เครื่อง เครื่องไฮโดรโฟล 2 เครื่อง และเปิดประตูระบายน้ำในช่วงที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดต่ำเพื่อเร่งระบายน้ำเสียออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างรวดเร็ว
ต่อมา คณะทำงานเฉพาะกิจได้เดินทางไปยังบริเวณโรงพัสดุกองช่าง เทศบาลเมืองคลองหลวง ซึ่งใช้เป็นจุดฝังกลบซากปลาขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 27 ไร่ โดย นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ระบุว่า เบื้องต้นประเมินปริมาณซากปลาที่ตายในคลองมีจำนวนรวมเกือบ 30 ตัน โดยสังเกตพบว่าส่วนใหญ่เป็นปลานิลชนิดเดียวกัน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุและที่มาที่แน่ชัด
ด้าน นายนัสรุดดีน อารีสมาน ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองคลองหลวง อธิบายกระบวนการฝังกลบตามหลักสุขาภิบาลว่า ได้ใช้รถแบคโฮขุดบ่อฝังกลบ พร้อมใช้ปูนขาวโรยในอัตราส่วน 20 กรัมต่อ 1 ตารางเมตร เพื่อฆ่าเชื้อและดับกลิ่นเหม็นรบกวน ก่อนนำดินมากลบทับภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งช่วยป้องกันการส่งกลิ่นเหม็นรบกวนและย่อยสลายไปตามธรรมชาติ โดยการบูรณาการทำงานร่วมกันครั้งนี้คาดว่าจะช่วยให้สถานการณ์วิกฤตคลี่คลายและคืนสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่ประชาชนได้โดยเร็ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง








