ย้ายรถ/ยกของขึ้นที่สูง หาดใหญ่ผวา หวั่นท่วมซ้ำรอยปี’68 ฝนถล่มแน่18-21ต.ค.

ย้ายรถ/ยกของขึ้นที่สูง
หาดใหญ่ผวา
หวั่นท่วมซ้ำรอยปี’68
ฝนถล่มแน่18-21ต.ค.
อุตุฯเตือนฝนกระหน่ำแน่ 18-21ตุลาคม ภาคใต้โดนหนักสุด หาดใหญ่ตื่นตัวเตรียมพร้อมรับมือ บางรายย้ายรถยนต์ไปในที่ปลอดภัย ขนของมีค่าขึ้นที่สูง ด้าน ปภ.เผยน้ำท่วม 20 จังหวัดและกรุงเทพมหานครจมบาดาลกว่า 7 แสนครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อนทะลุ 2.1 ล้านคน ยอดตายพุ่งสะสม 55 ศพ แปดริ้วเริ่มน้ำเน่า
เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 69 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยล่าสุดอันเกิดจากฝนตกหนักถึงหนักมากสะสมในหลายพื้นที่ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือลงมาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลางส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ 20 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 89 อำเภอ 728 ตำบล 5,577 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อน 704,699 ครัวเรือนหรือคิดเป็น 2,148,896 คน โดยมีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 55 ราย (ข้อมูล ศอ.ปภ. ณ เวลา 06.00 น.)
โดยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า แม้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มทรงตัวและลดลง แต่ยังคงกำชับให้สำนักงาน ปภ. จังหวัด และศูนย์ ปภ.เขต ในพื้นที่ประสบภัย เร่งระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าสำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือด้านสิ่งของอุปโภคบริโภค จัดทำข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ และเร่งฟื้นฟูพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และระเบียบโดยเร็วที่สุด
ชลประทานลุยฉะเชิงเทรา
วันเดียวกัน กรมชลประทานได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกนำกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักร และเครื่องสูบน้ำ เดินหน้าลงพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือและถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย พร้อมลงพื้นที่พบปะรับฟังปัญหาของประชาชนโดยตรง เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนบริหารจัดการและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้ตรงจุดและทันท่วงที
น้ำท่วมฉะเชิงเทรายังวิกฤต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งยังคงส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลดอนฉิมพลี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งมานานนับสัปดาห์ ข้าวของเครื่องใช้เสียหายหนัก แต่ชาวบ้านหลายครอบครัวยังจำใจต้องฝืนใช้ชีวิตและเปิดร้านค้าขายเพื่อหาเลี้ยงชีพต่อไป
นางเจียร ศรีเวช อายุ 69 ปี แม่ค้าร้านขายของชำพื้นที่หมู่ 2 ตำบลดอนฉิมพลี เปิดเผยด้วยความทุกข์ใจว่า ก่อนหน้านี้มีฝนตกหนักช่วงวันที่ 28–29 ก.ย.จากนั้นมวลน้ำได้ทะลักเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็วตั้งแต่วันที่ 1–2 ต.ค.จนตั้งตัวไม่ทัน เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและร้านค้า ทั้งตู้เย็นและตู้แช่ขนมถูกน้ำท่วมเสียหายจมอยู่ใต้ผิวน้ำโดยไม่สามารถกู้ขึ้นมาได้
ปัจจุบันระดับน้ำท่วมสูงภายในร้านชำประมาณ 30–35 เซนติเมตร ส่วนบริเวณห้องนอน ระดับน้ำสูงแทบชนเตียง โดยเตียงนอนอยู่สูงกว่าผิวน้ำเพียง 20 เซนติเมตร ทำให้ในแต่ละคืนต้องนอนทนดมกลิ่นน้ำเน่าเสีย ตู้ไม้เริ่มปูดบวม แม้จะพยายามนำกระสอบทรายมากั้นและคอยวิดน้ำออกแต่ก็ไม่เป็นผล อย่างไรก็ตาม ยายเจียรยังคงจำใจเปิดร้านขายของชำต่อไป เพราะหากหยุดขายก็จะไม่มีรายได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ยายเจียร กล่าวเสริมด้วยความกังวลหลังทราบข่าวว่าสถานการณ์น้ำอาจต้องใช้เวลาอีกราว 30 วันจึงจะเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยจำนวน 9,000 บาท แม้จะมองว่าไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ก็หวังว่าจะได้รับโดยเร็ว โดยได้ประสานผู้ใหญ่บ้านดำเนินการเรื่องเอกสารแล้ว แม้บ้านจะไม่มีเลขที่ก็ตาม
**”พระ”ควงหลิวเปิดโรงทาน
ท่ามกลางความเดือดร้อนที่ยืดเยื้อ ยังคงมีน้ำใจอันยิ่งใหญ่ในชุมชน โดย พระครูสังฆพรหมพิริยะ เจ้าอาวาสวัดตีตะเรด ตำบลดอนฉิมพลี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ได้จัดตั้งโรงทานประกอบอาหารแจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย ซึ่งนอกจากท่านจะประสานงานและจัดหาวัตถุดิบแล้ว เจ้าอาวาสยังลงมือเข้าครัวเป็นพ่อครัวผัดข้าวปรุงอาหารด้วยตนเอง โดยมีชาวบ้านและจิตอาสาในชุมชนมาช่วยกันเตรียมวัตถุดิบ ปรุงอาหาร และจัดแพ็กใส่ภาชนะเพื่อนำไปกระจายแจกจ่ายให้แก่ผู้เดือดร้อน
พระครูสังฆพรหมพิริยะ เปิดเผยว่า โรงทานแห่งนี้ประกอบอาหารนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนในพื้นที่ ตำบลดอนฉิมพลี, ตำบลดอนเกาะกา รวมถึงข้ามเขตไปช่วยประชาชนใน อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก โดยในช่วงแรกทางวัดรับภาระค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ก่อนที่จะเริ่มมีผู้มีจิตศรัทธา ทั้งพ่อค้า ประชาชน นักการเมือง และญาติโยม นำสิ่งของและวัตถุดิบมาร่วมบริจาคสนับสนุนอย่างไม่ขาดสาย
สำหรับโรงทานดังกล่าว คาดว่าจะเปิดให้บริการประกอบอาหารแจกจ่ายประชาชนไปจนถึงวันที่ 19 ต.ค. 69 เนื่องจากพระสงฆ์มีภารกิจต้องเข้าสู่ช่วงสอบนักธรรมชั้นตรี และเจ้าอาวาสต้องไปปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการสอบ อย่างไรก็ตาม พระครูสังฆพรหมพิริยะ ยืนยันว่าหากหลังจากช่วงสอบแล้ว สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลายและชาวบ้านยังคงเดือดร้อน ก็พร้อมจะกลับมาเปิดโรงทานทำอาหารช่วยเหลือประชาชนอีกครั้ง
ฝนตกซ้ำระลอกใหม่ 18-25 ต.ค.
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกพยากรณ์อากาศเตือนภัยว่า แม้มวลอากาศเย็นกำลังอ่อนจะปกคลุมภาคเหนือและอีสานตอนบน ทำให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุม ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง และภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่
โดยระหว่างวันที่ 18–20 ต.ค. 69 ภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง และวันที่ 21–25 ต.ค.69 ฝนจะเพิ่มขึ้นครอบคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง, ภาคกลาง, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน โดยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่
จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ลาดเชิงเขา และพื้นที่ลุ่ม เฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงชาวเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองเนื่องจากมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
หาดใหญ่ผวาซ้ำรอย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา ว่าขณะนี้ประชาชนมีความตื่นตัวเป็นพิเศษ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนเรื่องฝนตกหนักในภาคใต้ บางคนได้ย้ายรถยนต์ไปในที่ปลอดภัย และยกของสำคัญ ๆ ไว้ที่สูง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการซ้ำรอยน้ำท่วมใหญ่ปลายปี ที่แล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

