ผวจ.กาฬสินธุ์สั่งปลด! ‘2 สจ.พ้นตำแหน่ง’ เหตุโดดประชุม 5 นัด หนีเที่ยวลาวไม่ขออนุญาต

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ ลงนามฟันถอดถอน 2 สจ.คดีดัง ‘สจ.888’ พ้นตำแหน่ง เหตุโดดประชุมสภา 5 ครั้งรวด ลอบหนีออกนอกประเทศซบลาว พบยื่นใบลารวมหัวอ้างทำธุระแต่ประธานสภาไม่อนุญาต ก่อนโดนจับคาดอนเมือง
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ว่า นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ลงนามในประกาศคำวินิจฉัยให้ นายปฐนัญ หรือ ‘สจ.เนย์’ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) อำเภอฆ้องชัย และ นายปฐมพงศ์ หรือ ‘สจ.เปรียว’ สจ.อำเภอยางตลาด เขตเลือกตั้งที่ 4 พ้นจากสมาชิกภาพนับตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป สาเหตุจากการขาดประชุมสภา อบจ.กาฬสินธุ์ ติดต่อกันรวม 5 ครั้ง
จุดเริ่มต้นมาจากประธานสภา อบจ.กาฬสินธุ์ ได้รายงานกรณี สจ.ทั้งสองคน ขาดประชุมสภาสมัยสามัญ สมัยที่ 1 ประจำปี 2569 ต่อเนื่องกัน 5 ครั้ง (วันที่ 10, 17, 24 กุมภาพันธ์ และวันที่ 4, 10 มีนาคม 2569) เข้าข่ายสิ้นสุดสมาชิกภาพตามมาตรา 11 (4) แห่ง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540
จากการสอบสวนของคณะกรรมการ พบว่าทั้งคู่ได้ยื่นใบลากิจส่วนตัวช่วงวันที่ 1–28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยอ้างภารกิจส่วนตัวและขอเดินทางไปต่างประเทศ แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภา และจากการตรวจสอบข้อมูลของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 พบว่า นายปฐนัญ ได้เดินทางออกนอกประเทศผ่านจังหวัดหนองคาย ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2569 ส่วนนายปฐมพงศ์ เดินทางออกไป สปป.ลาว ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะเดินทางกลับเข้าประเทศไทยพร้อมกันทางท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569
ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ ชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการลาของผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 และถือเป็นการจงใจหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาอ้างว่าศาลออกหมายจับจึงมาประชุมไม่ได้นั้น จากการตรวจสอบพบว่าการจับกุมเกิดขึ้นหลังจากวันประชุมสภาไปแล้ว และเกิดขึ้นขณะที่ทั้งสองยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศ ทั้งนี้หากผู้ถูกถอดถอนไม่เห็นด้วย สามารถยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน
สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องมาจากคดีดัง ‘สจ.888’ ที่ถูกสังคมและเพจดังกดดันติดตาม หลังพบว่ามีเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นเชื่อมโยงกับกลุ่มเว็บพนันออนไลน์และการฟอกเงินเครือข่ายใหญ่ (เช่น เว็บไซต์ ‘Banhuay98’) จนนำไปสู่การเปิดปฏิบัติการร่วมระหว่างตำรวจไซเบอร์ (สอท.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่รับเป็นคดีพิเศษ ก่อนขยายผลออกหมายจับและนำไปสู่การปลดพ้นตำแหน่งในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

