สำนักพระราชวัง-กองทัพเรือ ประกอบเครื่องสูงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เตรียมความพร้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

"สำนักพระราชวัง-กองทัพเรือ"ประกอบเครื่องสูงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เตรียมความพร้อมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน
20 ตุลาคม 2569 ที่อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง และเจ้าหน้าที่แผนกเรือพระราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ ได้ดำเนินการติดตั้งฉัตรและพระวิสูตร (ผ้าม่าน) บนบัลลังก์กัญญา และประกอบเครื่องสูงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดยเครื่องสูงที่นำมาประกอบที่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ได้แก่ ฉัตร 7 ชั้น จำนวน 2 คัน ติดตั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังบัลลังก์กัญญา , ฉัตร 5 ชั้น ติดตั้งลดหลั่นกันมาที่บริเวณด้านหน้าจำนวน 3 คัน และด้านหลังจำนวน 2 คัน และธงสามชาย 1 ผืน ติดตั้งที่บริเวณท้ายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
จากนั้นเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้ประกอบพระวิสูตรภายในบัลลังก์กัญญาทั้ง 4 มุม รวมถึงติดตั้งพู่ห้อยที่โขนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องประดับและเอกลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยตัวพู่ทำจากขนจามรี ซึ่งนำมาจากประเทศเนปาลที่มีความพิเศษคือมีสีขาวสะอาด นุ่มละเอียด นำมาประกอบเข้าด้วยกันทีละชั้นให้เป็นทรงพุ่ม จากนั้นจึงติดชนวนรอบและตกแต่งอย่างประณีตงดงาม บริเวณปลายสุดของพู่จะประดับตกแต่งด้วย แก้วผลึก เพิ่มความระยิบระยับยามต้องแสงและกระทบกับผิวน้ำ
การมี "พู่ห้อย" ทำให้เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์มีความถูกต้องตามตำราการสร้างเรือพระที่นั่งโบราณ และช่วยเสริมให้โขนเรือรูปหัวหงส์ดูอ่อนช้อย สง่างาม ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ โดยเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2535 องค์การเรือโลก หรือ สมาคมเรือโลก (World Ship Trust) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศ ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหราชอาณาจักร ได้มอบรางวัลเรือมรดกโลก หรือรางวัลมรดกทางทะเล (Maritime Heritage Award) ให้แก่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งการที่สมาคมเรือโลกมอบรางวัลนี้ให้ เพื่อเป็นการยกย่องว่าเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เป็นเรือที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีความงดงามทางสถาปัตยกรรมและการต่อเรือโบราณที่สมบูรณ์ยิ่ง รวมถึงได้รับการอนุรักษ์ดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดีเยี่ยมในระดับสากล ถือเป็นเรือพระที่นั่งลำแรกของไทยและลำแรกๆ ของเอเชียที่ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากองค์กรระดับโลกนี้ ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงและมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้ชาวต่างชาติได้ประจักษ์
ในส่วนของการเตรียมความพร้อมในการจัดขยวนพยุหยาตราทางชลมารค ปัจจุบันอยู่ในช่วงของการซ้อมใหญ่ โดยจะทำการซ้อมใหญ่เสมือนจริงจำนวน 2 ครั้ง ในวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม 2569 ซึ่งการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องนี้ เพื่อสร้างความแข็งแรง ความพร้อมเพรียง และความแม่นยำในการปฏิบัติหน้าที่ โดยการฝึกไม่ได้มุ่งเฉพาะความสามารถในการพายเรือเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรักษาจังหวะ การควบคุมทิศทาง และการปฏิบัติให้สอดคล้องกับเรือลำอื่นในขบวน โดยเป้าหมายที่สำคัญคือ เมื่อถึงวันพระราชพิธีจริง ทุกส่วนจะต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างพร้อมเพรียง ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อให้ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปอย่างสมพระเกียรติและเรียบร้อยที่สุด
สำหรับการจัดรูปขบวนเรือพระราชพิธี ใช้กำลังพลประจำเรือพระราชพิธี ได้คัดเลือกกำลังพลจากหน่วยต่าง ๆของกองทัพเรือ จำนวน 2,200 นาย เรือพระราชพิธี จำนวน 52 ลำ แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ความยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร โดยมีเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรือตั้งบุษบกเชิญผ้าพระกฐิน เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือประทับพระราชอาสน์ เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งรอง และ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง
ทั้งนี้ กองทัพเรือ ขอเชิญประชาชน ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 8 ถึง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และ การถ่ายทอดเสียงจาก สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ โดยกำลังพลกองทัพเรือทุกนายมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นสวนหนึ่งของพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งนี้ และมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง









