ศิลปินรุ่นใหญ่บุกสภา! ดันยกเครื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ แก้ปม“สัญญาทาส”คืนความเป็นธรรมให้คนดนตรี

เมื่อวันที่ 19 ต.ค.68 ที่ผ่านมาที่อาคารรัฐสภา คณะทำงานศึกษาแนวทางการพัฒนากฎหมายลิขสิทธิ์และระบบบริหารจัดการลิขสิทธิ์ เพื่อคุ้มครองสิทธิของศิลปินผู้สร้างสรรค์และผู้ประพันธ์เพลง โดยมีนายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อดีตศิลปินชื่อดัง ในฐานะประธานคณะทำงานฯ ได้เรียกประชุมเพื่อสรุปปัญหาและอุปสรรคในการดูแลลิขสิทธิ์ของคนดนตรี
การประชุมครั้งนี้มีศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลงระดับตำนานมาร่วมให้ข้อมูลและสะท้อนปัญหาอย่างคับคั่ง นำโดย ป้อม วงชาตรี หรือนายคทาวุธ สท้านไตรภพ, ดีเจโจ้ หรือนายเฉลิมศักดิ์ อังศุพันธุ์, ดี้ วงเฉลียง หรือนายนิติพงษ์ ห่อนาค, เวสป้า วงสเตอ หรือนายอิทธิพล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา และ นายวรพจน์ นิ่มวิจิตร กรรมการบริหารสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมเพลงไทย
ที่ประชุมได้พิจารณาปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการบริหารจัดการลิขสิทธิ์ในอุตสาหกรรมเพลงไทย โดยสรุปสาระสำคัญจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ของผู้เข้าร่วม ได้เป็น 6 ประเด็นหลัก ดังนี้
- ปัญหาสัญญาและความไม่สมดุลของอำนาจต่อรอง
ผู้เข้าร่วมประชุมสะท้อนว่า การทำสัญญาระหว่างศิลปินหรือผู้ประพันธ์เพลงกับบริษัทผู้ประกอบธุรกิจดนตรีในอดีตมีรูปแบบแตกต่างกัน ทั้งการรับเงินเดือน การรับค่าจ้างสร้างสรรค์ผลงาน และการแบ่งรายได้จากการใช้ประโยชน์ ส่งผลให้ผู้สร้างสรรค์บางส่วนไม่ทราบขอบเขตสิทธิและผลตอบแทนที่พึงได้รับอย่างชัดเจน จึงมีข้อเสนอให้ศึกษาความเป็นธรรมของสัญญา กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการคุ้มครองผู้สร้างสรรค์ และพิจารณาแนวทางคืนสิทธิให้ผู้สร้างสรรค์ ตลอดจนการส่งต่อประโยชน์จากผลงานแก่ทายาท
- ความโปร่งใสในการจัดเก็บและแบ่งปันรายได้
การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จากการแสดงสด การเผยแพร่ทางวิทยุ และแพลตฟอร์มดิจิทัล ยังมีข้อจำกัดด้านการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานคำนวณ อัตราจัดเก็บ และสัดส่วนการแบ่งรายได้ ผู้สร้างสรรค์บางรายจึงไม่สามารถตรวจสอบที่มาของค่าตอบแทนได้อย่างครบถ้วน มีข้อเสนอให้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และสัมพันธ์กับรายได้จากการใช้ผลงาน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้สร้างสรรค์ ผู้บริหารจัดการสิทธิ และผู้ใช้ผลงานอย่างเหมาะสม
- การพัฒนาฐานข้อมูลและระบบระบุสิทธิ
ข้อมูลเกี่ยวกับผลงาน เจ้าของสิทธิ ผู้ประพันธ์ ผู้เรียบเรียง และนักแสดงยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดอุปสรรคในการขออนุญาตและจัดสรรรายได้ จึงมีข้อเสนอให้พัฒนาฐานข้อมูลที่สามารถตรวจสอบผู้มีสิทธิและผู้รับมอบอำนาจได้ พร้อมศึกษาการใช้รหัสมาตรฐานสากลสำหรับระบุผลงานและบุคคล เพื่อเพิ่มความถูกต้อง ลดความซ้ำซ้อน และสนับสนุนการจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้มีสิทธิอย่างทั่วถึง
- การกำกับดูแลองค์กรจัดเก็บและผู้รับมอบอำนาจ
มีการสะท้อนปัญหาความไม่ชัดเจนของอำนาจจัดเก็บ การเรียกเก็บซ้ำซ้อน และพฤติการณ์กดดันผู้ใช้ผลงาน ส่งผลกระทบต่อศิลปิน ผู้จัดการแสดง และสถานประกอบการ จึงมีข้อเสนอให้ตรวจสอบหนังสือมอบอำนาจ ขอบเขตสิทธิ และรายการเพลงที่จัดเก็บได้ รวมทั้งพัฒนากลไกกำกับดูแลที่มีผู้แทนภาครัฐ เจ้าของสิทธิ และผู้ใช้สิทธิเข้าร่วม เพื่อสร้างความสมดุลและความน่าเชื่อถือในระบบ
- การทบทวนกฎหมายและการบังคับใช้
ผู้เข้าร่วมประชุมเสนอให้ศึกษาบทบัญญัติเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ การโอนสิทธิ การสร้างสรรค์งานภายใต้การจ้าง และข้อสันนิษฐานทางกฎหมาย รวมถึงความเหมาะสมของความรับผิดทางแพ่งและทางอาญา โดยประเด็นโทษอาญายังมีความคิดเห็นแตกต่างกัน จึงควรศึกษาอย่างรอบด้าน พร้อมเปรียบเทียบแนวทางต่างประเทศให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย
- แนวทางดำเนินงานระยะต่อไป
มีข้อเสนอให้จัดลำดับความสำคัญและกำหนดขอบเขตปัญหาให้ชัดเจน ควบคู่กับการหารือระหว่างบริษัทเพลง ผู้สร้างสรรค์ และผู้ใช้ผลงาน เพื่อแสวงหาข้อตกลงที่ดำเนินการได้ในระยะเร่งด่วน พร้อมรับข้อมูลเพิ่มเติมจากสมาคมดนตรีและฝ่ายกฎหมาย สำหรับจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่ส่งเสริมความมั่นคงทางอาชีพของศิลปินและศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมดนตรีของไทย
ทั้งนี้ คณะทำงานฯ จะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะทั้งหมดไปจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อนำไปสู่การพัฒนากฎหมายลิขสิทธิ์ให้มีความเป็นธรรม โปร่งใส และสามารถคุ้มครองสิทธิของศิลปินผู้สร้างสรรค์ได้อย่างแท้จริงต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

