สมุทรสาครลุยตรวจ! โกดังอะลูมิเนียมดรอส 200 ตัน พบหมกเม็ดเอาทรายกลบกากตกค้าง

สมุทรสาครลุยตรวจโกดัง ‘กากอะลูมิเนียมดรอส 200 ตัน’ ตำบลนาดี ถึงกับผงะยังเก็บไม่หมด เศษกากตกค้างเกลื่อนรอบอาคาร แถมเอาทรายกลบไว้ ปลัดจังหวัดสั่งเด็ดขาด ‘ต้องเก็บให้หมดห้ามเหลือแม้แต่ชิ้นเดียว’
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้มอบหมายให้ นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร สนธิกำลังร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดสมุทรสาคร, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด, ปกครองจังหวัด, เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเทศบาลตำบลนาดี ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการจัดเก็บกากอุตสาหกรรม ‘อะลูมิเนียมดรอส’ น้ำหนักรวมกว่า 200 ตัน ภายในโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร หลังเคยมีคำสั่งให้จัดเก็บวัตถุอันตรายดังกล่าวให้มิดชิดและปลอดภัยภายในโกดัง
จากการลงพื้นที่ตรวจย้อนหลัง พบว่าผู้เช่าโกดังได้ขยับขยายขนย้ายกากอะลูมิเนียมดรอส กองใหญ่ที่เคยทิ้งไว้ด้านนอกเข้าไปไว้ภายในอาคารบ้างแล้ว พร้อมนำผ้าใบมาคลุมถุงบิ๊กแบ็กเพื่อป้องกันน้ำฝน เนื่องจากหลังคาโกดังชำรุดรั่วซึม ทว่าการจัดเก็บยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบเศษกากอะลูมิเนียมดรอสตกค้างอยู่ตามพื้นดินด้านนอกโกดัง โดยมีการนำทรายมาเทกลบอำพรางไว้
นอกจากนี้ บริเวณข้างโกดังยังพบกากอะลูมิเนียมบรรจุในถุงบิ๊กแบ็กเก่าสภาพชำรุดอีกหลายถุงที่ยังไม่ได้ขนย้ายเข้าอาคาร ด้านเจ้าของชี้แจงว่า รถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าพื้นที่ลำบากจึงจัดเก็บไม่ทันตามกรอบเวลา 7 วัน แต่ยืนยันว่าจะเร่งทำความสะอาดให้เรียบร้อย
ด้าน นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้ยังถือว่าขัดต่อคำสั่งและไม่สมบูรณ์ จึงสั่งการย้ำเตือนให้ผู้เช่าและเจ้าของกากอุตสาหกรรมเร่งจัดเก็บกากทั้งหมดเข้าอาคารพร้อมปิดประตูมิดชิด และกำชับว่า ‘ต้องจัดเก็บเศษกากที่ตกค้างตามพื้น รวมถึงจุดที่นำทรายไปกลบไว้ออกให้หมด ห้ามเหลือแม้แต่ชิ้นเดียว’ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองแพร่กระจาย หรือโดนน้ำฝนชะล้างสารเคมีปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำและชุมชนรอบข้าง พร้อมเร่งรัดให้ซ่อมแซมหลังคาโกดังโดยเร็ว
สำหรับความคืบหน้าทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่เตรียมสรุปสำนวนคดีส่งพนักงานอัยการพิจารณาฟ้องศาลตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยจังหวัดสมุทรสาครจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกักเก็บวัตถุอันตรายที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่สำนักงานจังหวัด ฝ่ายปกครอง หรือเทศบาลในพื้นที่ได้ทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง










