ฮือฮาแห่งแรกของโลก! แข่ง ‘จี่หนังควาย’ ชิงแชมป์ งานหล่องเฮือไฟโบราณ 150 ปี บ้านนากระเซ็ง จ.เลย

ชุมชนบ้านนากระเซ็ง อ.ท่าลี่ จ.เลย จัดงานใหญ่ ‘ย้อนยุค 150 ปี หล่องเฮือไฟโบราณ’ ฮือฮาแข่ง ‘จี่หนังควาย’ แห่งแรกของโลก ยกระดับสแน็กพื้นบ้านสู่ซอฟต์พาวเวอร์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ที่ชุมชนบ้านนากระเซ็ง ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ได้มีการจัดงานประเพณี ‘ย้อนยุค 150 ปี หล่องเฮือไฟโบราณ บ้านนากระเซ็ง’ ขึ้นเป็นปีแรก ณ บริเวณริมแม่น้ำเหือง หลังวัดศรีสะอาด ชายแดนไทย-สปป.ลาว เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม พร้อมเปิดตัว ‘หาดนางมุก’ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ของจังหวัดเลยอย่างเป็นทางการ
ไฮไลต์สำคัญที่สร้างสีสันและความฮือฮาไปทั่วทั้งงาน คือการจัดกิจกรรม ‘ศึกชิงแชมป์จี่หนังควาย’ แห่งแรกของโลก ซึ่งเป็นการยกระดับภูมิปัญญาพื้นบ้านของชาวอีสาน เนื่องจากอำเภอท่าลี่ถือเป็นแหล่งแปรรูปหนังควายส่งขายในภาคอีสานปีละหลายพันกิโลกรัม นำเอาวิถีชีวิตการนั่งล้อมวงผิงไฟจี่หนังควายกินในยามฤดูหนาวขึ้นสู่เวทีการแข่งขัน เพื่ออนุรักษ์และต่อยอดเชิงวัฒนธรรมที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน
นายทวีวงศ์ วรินทรา ผู้ใหญ่บ้านบ้านนากระเซ็ง เปิดเผยว่า การจัดงานในปีนี้ถือเป็นปีแรกและมีความพิเศษอย่างยิ่ง โดยใช้พื้นที่ ‘หาดนางมุก’ ริมลำน้ำเหืองเป็นสถานที่จัดงาน สำหรับการแข่งขันจี่หนังควายจัดขึ้นเพื่อสืบสานภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในการถนอมอาหาร แปรรูปหนังควายให้กลายเป็นของกินเล่นหรือสแน็กพื้นบ้านที่มีรสชาติเค็ม มัน นัว และหอมกลิ่นควันไฟเอกลักษณ์เฉพาะตัว
การแข่งขันจี่หนังชิงแชมป์จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘สืบสานรสมือ เชิดชูภูมิปัญญา สร้างคุณค่าให้บ้านเฮา’ มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาการจี่หนังควายแบบดั้งเดิม ตั้งแต่ขั้นตอนการหมักตากแห้ง การคุมไฟเตาถ่าน ตลอดจนการทุบเขม่าดำออกเพื่อให้ได้เนื้อหนังสีเหลืองทองกรอบน่ารับประทาน พร้อมยกระดับวิถีชีวิตชาวบ้านสู่การแข่งขันที่มีเกณฑ์ตัดสินมาตรฐาน ทั้งเรื่องทักษะการคุมความร้อน รสชาติ เนื้อสัมผัส และการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างความสามัคคีในชุมชน ปลูกฝังเยาวชนรุ่นใหม่ และใช้อาหารพื้นบ้านเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว ดันบ้านนากระเซ็งสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมต่อไป
สำหรับบรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยความสนุกสนาน คึกคัก และเป็นกันเอง โดยมีผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศจำนวน 3 คน ลงสนามประชันรสมือในค่ำคืนดังกล่าว ซึ่งผลการแข่งขันสร้างความหนักใจให้แก่คณะกรรมการเป็นอย่างมากเนื่องจากแต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยผลการแข่งขัน ปรากฏว่า นายอำพล ผู้แข่งขันหมายเลข 1 คว้าตำแหน่งชนะเลิศไปครอง ขณะที่ นายจำปา คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 และ นายพีรพัฒน์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2











