โสภณ ตะลึง ‘พระบรมฉายาลักษณ์ ร.9’ ไม่ไหม้ ท่ามกลางซากเพลิง พร้อมควักเงินส่วนตัว ช่วยครอบครัวละ 1 หมื่น

ตะลึง! ‘พระบรมฉายาลักษณ์ ร.9’ ไม่ไหม้ ท่ามกลางซากเพลิง ด้าน ’โสภณ‘ รุดลงพื้นที่ให้กำลังใจครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยจ.บุรีรัมย์ ชี้อัศจรรย์ใจ-เป็นสิ่งสะท้อนพระมหากรุณาธิคุณปกป้องคุ้มครองประชาชน
31ต.ค.2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินทางลงพื้นที่คุ้มหนองสิม ชุมชนศีรษะแรต หมู่ที่ 11 ตำบลมะเฟือง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามสถานการณ์อัคคีภัย และพบปะให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมมอบสิ่งของยังชีพเบื้องต้น อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องนอน และสิ่งของจำเป็น ให้แก่ผู้ประสบภัยทั้ง 10 ครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า เมื่อช่วงเย็นวานนี้(30ต.ค.)
ทั้งนี้ นายโสภณ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นเรื่องน่าสลดใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเจ้าของบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง ซึ่งในความสูญเสียยังพบเรื่องน่าอัศจรรย์ใจ เนื่องจากพบว่าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) จำนวน 2 ภาพ รวมถึง “บ้านเทิดไท้องค์ราชัน” ซึ่งเป็นบ้านที่ทางราชการสร้างถวายเป็นพระราชกุศล ไม่ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้เลยแม้แต่น้อย นับเป็นสิ่งสะท้อนถึงความเคารพบูชาและพระมหากรุณาธิคุณที่ยังคงปกป้องคุ้มครองประชาชน

นายโสภณ กล่าวต่อว่า แม้จุดเกิดเหตุจะเป็นชุมชนแออัดและมีทางเข้าออกคับแคบ แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้จำกัดความเสียหายไว้ได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ การช่วยเหลือในวันนี้ยังแสดงให้เห็นถึงน้ำใจของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เหล่ากาชาด ปภ.จังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น เอกชน และประชาชน ที่ร่วมมือกันช่วยเหลือในยามยาก
อย่างไรก็ตาม นายโสภณ ได้มอบเงินช่วยเหลือส่วนตัวให้แก่ผู้ประสบภัย ครอบครัวละ 10,000 บาท ขณะที่มูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) ได้ร่วมมอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกครอบครัวละ 20,000 บาท โดยมีนายพิสิษฐ์ วงศ์เธียรธนา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์, นายนิสิต วงศ์หทัย นายอำเภอพุทไธสง นายสุรชัย ลิ่มวิไลกุล นายกเทศมนตรีตำบลพุทไธสง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทน มูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) และประชาชน ในพื้นที่ ร่วมในพิธีมอบและร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้

สำหรับเหตุอัคคีภัยดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.30 น. ของวันที่ 29ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายรวม 10 หลัง ทั้งในลักษณะเสียหายทั้งหลังและเสียหายบางส่วน รวมถึงทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ เครื่องมือทางการเกษตร และผลผลิตข้าวเปลือกที่เพิ่งเก็บเกี่ยวไว้ใต้ถุนบ้านถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร
สำหรับการช่วยเหลือระยะยาว ได้มอบหมายให้อำเภอพุทไธสงเร่งประสานขอรับการสนับสนุนจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาเยียวยาและฟื้นฟูตามหลักเกณฑ์ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

