รอบรั้วเมืองใต้ : 05 พฤษจิกายน 2569

รอบรั้วเมืองใต้ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับนี้ ผู้เขียนขอเข้าร่ายข่าวสังคม ชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่ม ตามวิสัยคนหนังสือพิมพ์อาชีพ ที่เห็นมาอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น....เริ่มต้นที่เรื่อง การเมือง ที่ พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งมี พรรคประชาชน เป็นแกนนำ เสียรู้ เสียเหลี่ยม ถูกพรรคที่เป็นแกนนำ ในการจัดตั้งรัฐบาล อย่างพรรคภูมิใจไทย ใช้เหลี่ยมคู ทางการเมือง ที่เจนจัดและเขี้ยว กว่า ภาษาทางการเมืองของภาคใต้คือ พลิกฤาษีลงล่าง จนไปไม่เป็น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรีของพรรคถูกใจไทย จึงถูก เลื่อน ออกไป จนถึงเดือน ธันวาคม จนกลายเป็น ความจืดชืดและหมด รสชาติในความรู้สึกของ ประชาชน ที่สนใจและติดตาม เพราะต้องการเห็นหมัดเด็ด ของพรรคฝ่ายค้าน ในการสอยปลายคาง ของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นี่แหละที่คนโบราณ กว่าว่าขิงแก่ อย่างไรก็เผ็ดร้อน กว่าพวกที่เป็นละอ่อนทางการเมือง อย่าง พรรคส้ม ที่เดินเกมการเมืองแบบ พลาดแล้ว พลาดอีก แพ้แล้ว แพ้ซ้ำ แพ้ซ้อน....เรื่องการ ลดภาษี สรรพสามิต เพื่อ ให้ น้ำมันมีราคาถูก ของ รัฐบาล กลายเป็นเรื่องเกาไม่ถูกที่คัน เพราะ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มองแต่กว้าง จึงไปลดภาษี สรรพสามิต ให้กับ น้ำมันดีเซล บี 20 และ น้ำมันในกลุ่ม แก๊สโซฮอลล์ อี 20 ซึ่งเป็น น้ำมัน 2 ตัว ที่ประชาชนใช้ น้อยมาก ปั้มน้ำมันบางปั๊มไม่ขาย และบางปั๊มขายได้เพียงเดือนละ 3,000-5,000 ลิตรเท่านั้น....เมื่อเป็นอย่างนี้ การ ลดราคาน้ำมันทั้ง 2 ชนิด ให้มีราคาถูก เพื่อ ช่วยเหลือ ประชาชน ผู้ใช้น้ำมัน จึงไม่ได้ผล และถูก ประชาชน วิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาล ของเสี่ยหนู มี เสนาบดี ที่ นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง ที่ไม่เข้าใจ วิถีชีวิตของประชาชน รวมทั้ง รัฐบาล ก็ไม่มีการ ประชาสัมพันธ์ กับ ประชาชน เพื่อให้เกิด แรงจูงใจ ในการให้ไปใช้ น้ำมันทั้ง 2 ชนิด แทนน้ำมันดีเซล บี 7 และ แก๊สโซฮอลล์ 95 ว่าดีกว่าอย่างไร เพราะผู้ใช้รถยนต์ ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณภาพของ น้ำมัน ทั้ง 2 ชนิด ที่มีราคาถูก มีปัญหากับ เครื่องยนต์ ....ส่วนการที่ เสนาบดี อ้างเหตุผลในการ ลดภาษี สรรพสามิต ให้กับ น้ำมัน บี 20 และ อี 20 ให้ถูกลง เพราะช่วยเกษตรกร ชาวสวนปาล์ม และ เกษตรกร ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะ ก่อนหน้าที่จะลดราคาน้ำมัน บี 20 ราคาปาล์มอยู่ที่ กิโลกรัมละ 8 บาทกว่า วันที่มีการ ลดภาษีน้ำมัน บี 20 ราคาปาล์ม ก็ยังเท่าเดิม ไม่เห็นว่าจะ ช่วยให้ชาวสวนปาล์ม ขายผลผลิตในราคาที่สูงขึ้นแต่อย่างใด ไม่ต่างกับ ชาวไร่อ้อย และ ชาวไร่มัน ที่ ราคายังคงเดิม ทั้งหมดคือการแก้ปัญหาที่เกาไม่ถูกที่คัน แก้แล้ว ประชาชนได้ประโยชน์น้อย....และ นี่อาจจะเป็น สาเหตุหนึ่ง ที่ กำนัน ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ แกนนำ ในการ นำรถยนต์ 1,000 คัน ไป เยี่ยม รัฐบาล ที่ทำเนียบ และ กระแสการไป เยี่ยม รัฐบาลจึงจุดติด เพราะการ ลดภาษี สรรพสามิต ครั้งนี้ของ กระทรวงการคลังไม่ได้แก้ปัญหาให้กับคนส่วนใหญ่ของประเทศนั่นเอง....หันมาดูด้านความมั่นคงรอบบ้าน ปัญหาชายแดนด้าน กัมพูชา ยังอึมครึม และไม่ได้ คลี่คลาย ไปในทางที่ดี ทั้งเรื่อง เขตแดนทางบก และ เขตแดนทางทะเล ที่ยังยึดถือตาม เอ็มโอยู 44ซึ่งมีปัญหาเรื่อง เขตแดน และเรื่อง ก๊าซธรรมชาติ ที่เป็นผลประโยชน์ด้าน พลังงาน ใน ท้องทะเล ที่ ทับซ้อน ของ ทั้งสองประเทศ วันนี้ความ สัมพันธ์ ไทย-กัมพูชา ยัง เสื่อมโทรม และไม่มีอะไรดีขึ้น....วันนี้เกิดเหตุ ชายแดนไทย-เมียนมา จากการ สู้รบ ระหว่าง กลุ่มชาติพันธุ์ กับ ทหารของ รัฐบาลเมียนมา ติดกับชายแดนไทย ด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก และ รัฐบาลเมียนมา มีการขอให้ ฝั่งไทย ยุติ การ ค้าขาย ระหว่าง คนไทย กับ กลุ่มชาติพันธุ์ หรือ ชนกลุ่มน้อย ทั้งหมด ในแนวชายแดนไทย เมียนมา กลายเป็น ผลกระทบ ทางเศรษฐกิจการค้าแนวชายแดน ที่ไทยต้องแบกรับ จากการ สู้รบ ในครั้งนี้ .... ส่วน สถานการณ์ ชายแดนด้านภาคใต้ชายแดนเมียนมา กับ จ.ระนอง และ ชุมพร ก็ยังมี ปัญหา ที่ แก้ไม่ได้ คือเรื่อง คนไทย 40 ครอบครัว จาก อ.กระบุรี จ.ระนอง ที่เข้าไป ทำการเกษตร ปลูกทุเรียน ยาง ปาล์ม มากว่า 40 ปี วันนี้ ที่ดินดังกล่าว ยังไม่มีการ ปักปันเขตแดน แต่ ทหารไทย ที่ รับผิดชอบ ชายแดนด้าน จ.ระนอง แจ้งว่า ที่ทำกินของคนไทย อยู่ในฝั่งของเมียนมา ห้ามคนไทยเข้าไปทำกิน พืชผลที่นำออกมา เป็น ผลผลิต ที่นำเข้าประเทศมาได้ ถ้านำเข้ามาต้องถูก จับกุมดำเนินคดี เรื่องนี้เป็นความทุกข์ของคนไทย ทั้ง 40 ครัวเรือน ที่ขอฝากให้ รัฐบาล รัฐมนตรีกลาโหม และ กองทัพภาค 4 พิจารณา เพื่อหาทางออกด้วย....ส่วนชายแดนด้านติดกับ ประเทศมาเลเซีย แม้ ไทย กับ มาเลเซีย ยังมีความสัมพันธ์อันดี แต่การที่ มาเลเซีย สั่งเจ้าหน้าที่ เข้มงวดการ เข้า-ออก ของคนมาเลเซีย และการ ควบคุมสินค้า จากฝั่งไทย คือปัญหาการ กีดกันทางการค้า เพื่อให้ คนมาเลเซีย มาเที่ยวมาซื้อสินค้าจากฝั่งไทยให้น้อยที่สุด ข้อมูลจาก บัญฑรู อู่เจริญ นายด่านศุลกากร อ.สะเดา จ.สงขลา พบว่า เดือนที่ผ่านมา จำนวน รถยนต์ ที่ผ่านด่านหายไป 40 % ในส่วนของ ชายแดนด้าน จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ชายแดนมาเลเซีย สั่งปิด ท่าข้ามธรรมชาติ ของ แม่น้ำสุไหงโก-ลก ด้าน อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นจำนวนมาก เพื่อ สกัดกั้น มิให้ คนมาเลเซีย ที่ ใช้ ท่าข้ามธรรมชาติ เข้ามาในพื้นที่ของ อ.ตากใบ และ อ.สุไหงโก-ลก ทั้งหมดคือการ ปิดกั้น ทาง เศรษฐกิจ ของ มาเลเซีย ที่มีต่อไป....
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

