จีนเทาลงขันสร้างบังเกอร์ เขมรสุดเหิม บินโดรนป่วน-ตั้งฐานที่มั่น ลอบวางบึ้มแนวชายแดน ทหารไทยนงแต่พร้อมรบ

จีนเทาลงขันสร้างบังเกอร์
เขมรสุดเหิม
บินโดรนป่วน-ตั้งฐานที่มั่น
ลอบวางบึ้มแนวชายแดน
ทหารไทยนิ่งแต่พร้อมรบ
ผอ. JIC ลงชายแดนปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ พบ “กัมพูชา” ตั้งฐานประชิด แอบส่องกล้อง รวมทั้งยังมีการยั่วยุ-สร้างฐานที่มั่น -บินโดรน ในช่วงที่ผ่านมา ย้ำฝ่ายไทยนิ่ง แต่พร้อมรบ พร้อมประกาศกร้าว“เปิดรอบหน้า เจ็บหนักกว่าเดิม”รายงานข่าวพบกลุ่มจีนเทาสนับสนุนเงินทุนก่อสร้างบังเกอร์ที่หนาและแข็งแรงปกป้องพื้นที่ของตัวเอง รวมทั้งมีสัญญาณบ่งชี้ว่าเขมรยังคงแอบวางทุ่นระเบิด
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หรือ JIC นำคณะลงพื้น เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา, ให้กำลังกำลังพลแนวหน้า และมอบสิ่งของจำเป็นแก่หน่วยทหาร โดยมีพันเอก ธานินทร์ ดมหอม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี (ผบ.ฉก.2กกล.สุรนารี) ให้การตอนรับ
โดย ฉก.2 รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชากว่า 170 กิโลเมตร การสู้รบที่ผ่านมา เราสามารถควบคุมสถานการณ์ที่สำคัญ ๆ ไว้ได้พร้อมรายงานสถานการณ์ที่ปราสาทตาเมือนธม ขณะนี้ว่า หลังผ่านการสู้รบที่ผ่านมา แน่นอนว่า ต่างฝ่ายต่างมีบทเรียน ต่างฝ่ายต่างสร้างที่มั่นแข็งแรง และยังมีการยั่วยุ เช่น การทำคอนเทนต์ สร้างสถานการณ์ เพื่อไปรายงานออกไปอีกแบบหนึ่ง เช่น การยิงปืน เพื่อสร้างเสียง หรือกำลังพลที่ถูกนำเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ที่หน้าแนวใหม่ ซึ่งเป็นกำลังพลทดแทน ที่มักจะเสียวินัย ซึ่งตอนนี้เรานิ่ง แต่การนิ่งของเราคือ การพร้อมรบ “เพราะถ้าเปิดมา รอบหน้า ก็ยิ่งเจ็บหนักกว่าเดิม ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์บริเวณปราสาทตาเมือนธมปัจจุบัน กัมพูชามีการปรับปรุงฐานที่มั่นความแข็งแรง และมีการนำอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรนบินเข้ามาในพื้นที่ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวจากฝ่ายไทย อีกทั้งมีการขุดบังเกอร์ในโรงจอดรถถังด้วย รวมไปถึงมีการติดตั้งปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง หรือ ปืน ปรส.หันมาทางปราสาทตาเมือนธม
อย่างไรก็ตามฝ่ายไทย ได้ติดตามความเคลื่อนไหวจากฝ่ายตรงข้ามด้วยการเฝ้าตรวจทุกวัน หรือได้รับภาพจากหน่วยเหนือ รวมไปถึงการติดตามจากสื่อ ซึ่งมีทั้งข่าวจริง และข่าวปลอม ซึ่งต้องนำมาประมวล โดยในช่วงเวลาอันใกล้นี้ฝ่ายกัมพูชาได้มีการแจ้งมายังฝั่งไทยว่า จะมีการทำลายวัตถุระเบิดครั้งใหญ่ ระยะลึกเข้าไปจากแนวประมาณ 20 กิโลเมตร ซึ่งเราก็จะพยายามคอยเข้าฟังว่า เกิดอะไรขึ้น ซึ่งมีรายงานว่า ช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงเวลาการฝึกซ้อมกำลังพลของทหารกัมพูชา
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่คณะ JIC ได้เดินตรวจเยี่ยมบริเวณรอบปราสาทตามเมืองธม ก็พบว่า ทหารกัมพูชาได้ตั้งฐาน พร้อมขึงสแลนสีดำอยู่ไม่ไกลจากตัวปราสาทฯ ประมาณ 50 เมตร และทหารกัมพูชาได้มีการส่องกล้อง และถ่ายภาพคณะ ขณะเดินเยี่ยมชมปราสาทฯ
ในเวลาต่อมา คณะ JIC ได้เดินทางไปยังปราสาทตาควาย และเนิน 350 อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้า และมอบสิ่งของจำเป็นแก่หน่วยทหาร
โดยปัจจุบันได้มีการก่อสร้างเส้นทางทำถนนคอนกรีต จนมาถึงตัวปราสาทฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งปัจจุบัน บริเวณโดยรอบเส้นทางการเดินทาง มีการเคลียร์ทุ่นระเบิดเรียบร้อยแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ และในอนาคตจะมีการบูรณะปฏิสังขรณ์ตัวปราสาทฯ หลังจากที่กรมศิลปากรได้เข้ามาสำรวจเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่า จะสามารถเริ่มบูรณะปฏิสังขรณ์ได้ปี 2570 และคาดว่า จะแล้วเสร็จในปี 2572 พร้อมกันนี้ ยังมีการก่อสร้างถนน ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างประสาทตาควาย ไปเนิน 350 ทำให้สามารถเดินทางได้ง่ายขึ้น และรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม จากเดิมใช้เวลา 30 นาที เหลือเพียง 15 นาที พร้อมกับมีการสร้างบันไดเหล็ก จำนวน 147 ขั้น เพื่อใช้เดินขึ้นเนิน 350
ส่วนสถานการณ์บริเวณปราสาทตาควาย และเนิน 350 ภายหลังการสู้รบรอบที่ 2 ที่ผ่านมา ทหารไทยสามารถตีทหารกัมพูชาไปถึง 4 กองพัน กองพันละ 500 คน ซึ่งถือเป็นจุดที่สร้างความเจ็บใจให้กับทหารกัมพูชาเป็นอย่างมาก จนฝ่ายกัมพูชาต้องถอยร่น ไปตั้งฐานปฎิบัติการอยู่บริเวณหลังถนนเลียบชายแดน K58 ซึ่งห่างจากฝ่ายแนวไทยประมาณ 2.5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนที่ถูกก่อสร้างตลอดแนวชายแดน หากไปทางซ้ายจะไปช่องจอม และทางขวาจะสามารถเดินทางไปจังหวัดสระแก้วได้ และสามารถเชื่อมต่อไปที่ปราสาทตามเมือนธมได้ ซึ่งถนนดังกล่าวถูกสร้างโดยกลุ่มทุนในพื้นที่ และยังมีรถถังประมาณ 10 คัน ระยะห่างจากแนวลึกไป ประมาณ 3-4 กิโลเมตร รวมทั้งจะมีการใช้โดรน บินบริเวณใกล้ ๆ ในพื้นที่ปราสาทตาควาย โดยฝ่ายไทยมีการเฝ้าระวัง และมาตรการป้องกันแล้ว
มีรายงานข่าวว่า หลังจากเหตุการณ์สู้รบที่ผ่านมา เครื่องบินF-16 ได้ทำการทิ้งระเบิดสนับสนุนภารกิจภาคพื้น ทำให้กัมพูชาได้เตรียมความพร้อมรับมือด้วยการสร้างบังเกอร์หนา และแข็งแรง ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนการก่อสร้าง จากกลุ่มทุน ธุรกิจที่เป็นชาวจีน และชาวกัมพูชา โดยแบ่งพื้นที่การรับผิดชอบ เพื่อให้เงินสนับสนุนเป็นโซน เพื่อปกป้องพื้นที่ของตัวเอง เช่น ช่องจอม ปราสาทตามเมืองทม ปราสาทตาควายนอกจากนี้ยังมีการตรวจพบจุดรวมพลของทหารกัมพูชา ซึ่งอยู่ห่างจากแนวไทยประมาณ 2 กิโลเมตรในช่วงเช้า และช่วงเย็น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงประมาณสัปดาห์ที่แล้ว มีสุนัขของทหารไทย 3 ตัว ได้เดินออกแนวรั้วลวดหนามไป และได้ไปเหยียบทุ่นระเบิด ส่งผลให้สุนัข 2 ตัวตาย และบาดเจ็บกลับมา 1 ตัว ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงมีการแอบวางทุ่นระเบิด เพื่อไม่ให้ทหารไทยเดินออกแนวรั้วลวดหนาม
ทั้งนี้ จะมีการจัดกิจกรรม เดิน-วิ่งครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี RUN FOR HONOR ภายใต้แนวคิด “ทุกก้าว เพื่อเกียรติยศของผู้เสียสละ”บนเส้นทางปราสาทตาควายและเนิน 350 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรำลึกถึงความกล้าหาญ และเชิดชูเกียรติวีรชนผู้เสียสละในวันที่ 20 ธันวาคมนี้

