สุชาติ เผย ฮ.ทส. ลำเลียงถุงยังชีพพระราชทาน ในหลวง ช่วยผู้ประสบภัยบนดอยภูคา หลังน้ำป่า–ดินสไลด์ตัดขาด 11 หมู่บ้าน

“รมว.สุชาติ” เผย ฮ.ทส. ลำเลียงถุงยังชีพพระราชทาน “ในหลวง” ช่วยผู้ประสบภัยบนดอยภูคา หลังน้ำป่า–ดินสไลด์ตัดขาด 11 หมู่บ้าน ย้ำเร่งช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดน่าน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน โดยเฉพาะพื้นที่บ้านขุนกูน บ้านผาเวียง และบ้านน้ำขว้าง ซึ่งเป็นหมู่บ้านบนพื้นที่สูง ทำให้ถนนหลายสายถูกตัดขาด ไม่สามารถสัญจรเข้าออกได้ รวมถึงกระทบประชาชนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 11 หมู่บ้าน
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ระดมกำลังและใช้เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงฯ เข้าสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ (22 สิงหาคม 2569) ได้ลำเลียงถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าไปมอบให้ประชาชนในพื้นที่บ้านขุนกูน บ้านผาเวียง และบ้านน้ำขว้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ประชาชนมีอาหารและสิ่งของจำเป็นในช่วงที่เส้นทางภาคพื้นดินยังไม่สามารถเข้าถึงได้

โดยมีนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้แทนนำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบแก่ประชาชน พร้อมนำสิ่งของช่วยเหลือในนามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปมอบให้ผู้ประสบภัยด้วย ทั้งนี้ ภารกิจดังกล่าวเป็นการบินส่งเสบียงและถุงยังชีพต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แล้ว
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยและทรงพระเมตตาต่อพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ การได้รับถุงยังชีพพระราชทานในครั้งนี้ สร้างความปลาบปลื้มและเป็นกำลังใจอย่างยิ่งแก่ประชาชนในพื้นที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งนำความช่วยเหลือเข้าไปถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่สูงหรือพื้นที่ที่เส้นทางถูกตัดขาด ซึ่งเป็นจุดที่เฮลิคอปเตอร์สามารถเข้าไปสนับสนุนและช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเป็นพื้นที่รอยต่อกับอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ประชาชนในพื้นที่มีความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาป่าต้นน้ำ โดยช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมา ได้ปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่จากการปลูกข้าวโพดมาเป็นการปลูกพืชยืนต้นมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและลดความเสี่ยงจากปัญหาการชะล้างพังทลายของดินในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางฝนที่ตกหนักเป็นพิเศษในลักษณะ Rain Bomb ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมจำนวนมากในช่วงเวลาสั้น ๆ จนเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ ส่งผลให้เส้นทางถูกตัดขาดหลายจุด ประชาชนไม่สามารถเดินทางลงจากพื้นที่เพื่อจัดหาอาหารและสิ่งของจำเป็นได้ รวมถึงบางพื้นที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้

“สิ่งสำคัญในเวลานี้คือการดูแลชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนก่อน เราจะไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกลต้องเผชิญความเดือดร้อนเพียงลำพัง แม้รถหรือเครื่องจักรจะยังเข้าไปไม่ได้ แต่เฮลิคอปเตอร์ของ ทส. สามารถเข้าไปส่งอาหาร ถุงยังชีพ และสิ่งของจำเป็นได้ เราจะเดินหน้าภารกิจช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และเมื่อเส้นทางกลับมาใช้การได้ จะเร่งสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ต่อไป” นายสุชาติ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

